อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ปมุทา คือ ปีติซึ่งมีกำลังน้อยกว่าอาการของตุฏฐี.

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[202] Idha bho ekacco saṃsaṭṭho viharati kāmehi saṃsaṭṭho akusalehi dhammehi . so aparena samayena ariyadhammaṃ suṇāti yoniso manasikaroti dhammānudhammaṃ paṭipajjati . so ariyadhammassavanaṃ āgamma yoniso manasikāraṃ dhammānudhammaṃ paṭipajjati asaṃsaṭṭho viharati kāmehi asaṃsaṭṭho akusalehi dhammehi . tassa asaṃsaṭṭhassa kāmehi asaṃsaṭṭhassa akusalehi dhammehi uppajjati sukhaṃ sukhā bhiyyo somanassaṃ . seyyathāpi bho pamudā pāmojjaṃ jāyetha Evameva kho bho asaṃsaṭṭhassa kāmehi asaṃsaṭṭhassa akusalehi dhammehi uppajjati sukhaṃ sukhā bhiyyo somanassaṃ . ayaṃ kho bho tena bhagavatā jānatā passatā arahatā sammāsambuddhena paṭhamo okāsādhigamo anubuddho sukhassādhigamāya.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า ปาโมชฺชํ คือ ปีติและโสมนัสมีกำลัง.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ปฐโม โอกาสาธิคโม ความว่า ปฐมฌานข่มนิวรณห้า ถือโอกาสของตนดำรงอยู่ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปฐโม โอกาสาธิคโม (การบรรลุโอกาสอันแรก).

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในบทว่า โอฬาริกา นั่น กายสังขารและวจีสังขารยังหยาบ จิตตสังขารจะหยาบอย่างไร. เพราะจิตตสังขารยังไม่ละ. ก็กายสังขารย่อมละด้วยจตุตถฌาน. วจีสังขารละด้วยทุติยฌาน. จิตตสังขารละด้วยนิโรธสมาบัติ. ครั้นกายสังขารและวจีสังขารแม้ละแล้ว จิตตสังขารทั้งหลายนั้นก็ตั้งอยู่ด้วยประการฉะนี้ จึงเป็นโอฬาริกะ เพราะยังละไม่ได้ โดยยึดกายสังขารวจีสังขารที่ละได้แล้ว.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๖๒๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. ชนวสภสูตร”