อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า โชตนามและอาสวะ ความว่า มีพวกเทวดาชื่อโชติเทพ โชติช่วงเหมือนกองไฟอ้อที่ก่อบนยอดภูเขา และพวกอาสาเทพก็มา. แต่ในบาลีเขียน โชตินาม ท่านเรียกอาสาเทพว่าอาสวะ ด้วยอำนาจฉันท์. เทวดาชั้นนิมมานรดีก็มา ถัดมาเทวดาชั้นปรนิมมิตาก็มา.
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[244] Ye nāgarāje sahasā haranti dibbā dijā pakkhi visuddhacakkhū vehāyasā te vanamajjhapattā citrā supaṇṇā iti tesa nāmaṃ abhayantadā nāgarājānamāsī supaṇṇato khemamakāsi buddho saṇhāhi vācāhi upavhayantā nāgā supaṇṇā saraṇamakaṃsu buddhaṃ. Jitā vajirahatthena samuddaṃ asurā sitā bhātaro vāsavassete iddhimanto yasassino. Kālakañjā mahābhismā asurā dānaveghasā vepacitti sucitti ca pahārādo namucī saha. Satañca baliputtānaṃ sabbe verocanāmakā sannayhitvā baliṃ senaṃ rāhubhaddamupāgamuṃ samayodāni bhaddante bhikkhūnaṃ samitiṃ vanaṃ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า หมู่เทพทั้งสิบเหล่านี้ ได้แก่ หมู่เทพทั้งสิบแม้เหล่านี้มาแล้วโดยส่วนสิบทีเดียว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า หมู่เทพ ๖๐ เหล่านี้ ได้แก่ เทพ ๑๐ หมู่ ๖ ครั้ง เริ่มแต่อาโปเป็นต้นไป ก็เป็นหมู่เทพ ๖๐ หมู่. เทพทั้งหมดมีผิวพรรณแตกต่างกัน ด้วยอำนาจสีเขียวเป็นต้น. คำว่า มาแล้วโดยกำเนิดชื่อ ได้แก่ มาแล้วโดยภาคแห่งชื่อ คือโดยส่วนแห่งชื่อนั่นเทียว. คำว่า และเทพเหล่าอื่นใดที่เช่นกันกับ ได้แก่ และแม้เทพในจักรวาลที่เหลือเหล่าอื่นใดที่เช่นกันกับเทพเหล่านี้ คือเป็นเช่นนั้นเหมือนกันทั้งโดยผิวพรรณ ทั้งโดยชื่อ เทพเหล่านั้นมาแล้วเทียว ดังนี้
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
เป็นอันว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงเทวดาทั้งหมด เหมือนรวบยอดมัดเป็นกลุ่มๆ ด้วยบทเดียวเท่านั้น. ครั้นทรงแสดงหมู่เทวดาในหมื่นโลกธาตุอย่างนี้เสร็จแล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงความต้องการที่เทวดาเหล่านั้นมา จึงตรัสคาถาเป็นต้นว่า มีชาติ (ความเกิด) ที่อยู่แล้ว ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที