อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า ขอความเจริญจงมีแด่พระองค์อย่างนั้น ความว่า แม้ปัญจสิขะนั้นก็สนับสนุนอย่างแข็งขันว่า ขอจงเป็นอย่างนั้นเถิด มหาราช ขอความเจริญจงมีแด่พระองค์ผู้ไม่ตรัสกะข้าพระองค์ว่า ผู้นิรทุกข์มาเถิด พวกเราจะไปเที่ยวชมกีฬาที่อุทยานเป็นต้น หรือไปชมมหรสพของนักฟ้อนเป็นต้น (แต่) ตรัสว่า พวกเราจะไปเฝ้าพระพุทธเจ้า จะฟังธรรม แล้วก็รับสนองพระดำรัสของจอมทวยเทพ แล้วก็เข้าร่วมขบวนเสด็จตามติดไปด้วยกัน.

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[248] Vande te pitaraṃ bhadde timbaruṃ suriyavacchase yena jātāsi kalyāṇī ānandajananī mama. Vātova sedataṃ kanto pānīyaṃva pipāsato aṅgiraṃsī piyā mesi dhammo arahataṃ iva. Āturasseva bhesajjaṃ bhojanaṃva jighacchato parinibbāpayi bhadde jalantamiva vārinā. Sītodakaṃ pokkharaṇiṃ yuttaṃ kiñjakkhareṇunā nāgo ghammābhitattova ogāhe te thanūdaraṃ. Accaṅkusova nāgo ca jitaṃ me tuttatomaraṃ kāraṇaṃ nappajānāmi sammatto lakkhaṇūruyā. Tayi gadhitacittosmi cittaṃ vipariṇāmitaṃ paṭiggantuṃ na sakkomi vaṅkaghattova ambujo. Vāmūru saja maṃ bhadde saja maṃ mandalocane palissaja maṃ kalyāṇi etaṃ me abhipatthitaṃ. Appako vata me santo kāmo vellitakesiyā anekabhāvo samapādi arahanteva dakkhiṇā. Yaṃ me atthi kataṃ puññaṃ arahantesu tādisu taṃ me sabbaṅgakalyāṇi tayā saddhiṃ vipaccataṃ. Yaṃ me atthi kataṃ puññaṃ asmiṃ paṭhavimaṇḍale taṃ me sabbaṅgakalyāṇi tayā saddhiṃ vipaccataṃ. Sakyaputtova jhānena ekodi nipako sato amataṃ muni jigiṃsāno tamahaṃ suriyavacchase. Yathāpi muni nandeyya patvā sambodhimuttamaṃ evaṃ nandeyyaṃ kalyāṇi missabhāvaṃ gato tayā. Sakko ce me varaṃ dajjā tāvatiṃsānamissaro tāhaṃ bhadde vareyyāhe evaṃ kāmo daḷho mama. Sālaṃva na ciraṃ phullaṃ pitaraṃ te sumedhase vandamāno namassāmi yassāsetādisī pajāti.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในคำเหล่านั้น คำว่า พิณสีเหลืองดุจผลมะตูม คือพิณสีเหลืองเหมือนลูกมะตูมสุก. เล่ากันว่า ช่องพิณนั้นทำด้วยทอง คันทำด้วยแก้วอินทนิล สายทำด้วยเงิน กะโหลกทำด้วยแก้วประพาฬ ใบพิณหนึ่งคาวุต ชะเนาะหนึ่งคาวุต คันท่อนบนหนึ่งคาวุต ดังนี้ พิณจึงมีขนาดสามคาวุต.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ปัญจสิขะนั้นถือพิณนั้นดังที่ว่ามานี้แล้ว ก็ปล่อยการประโคมอย่างสุดฝีมือเท่าที่มีความรู้ ใช้ปลายเล็บดีดคลอเสียงขับที่ไพเราะ แจ้งให้พวกเทพที่เหลือทราบเวลาเสด็จไปของท้าวสักกะ แล้วยืนอยู่ในที่ควรส่วนหนึ่ง. เมื่อคณะเทพประชุมกันตามสัญญาณแห่งเสียงขับบรรเลงของปัญจสิขะนั้นดังนี้แล้ว ทีนั้นแล ท้าวสักกะจอมทวยเทพ ฯลฯ ก็เสด็จไปปรากฏที่เขาเวทิยกะ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า เกิดแสงสว่างไสวเหลือเกิน คือ ในวันอื่นๆ ก็เกิดแสงสว่างด้วยแสงของเทพมารหรือพรหมเพียงผู้เดียวเท่านั้น แต่วันนั้น เกิดมีแสงสว่างไสวเหมือนกัน โชติช่วงไปเป็นอันเดียวกัน เหมือนเวลาพระจันทร์และพระอาทิตย์ขึ้นไปเป็นพันดวง เพราะแสงของทวยเทพในเทวโลกทั้งสองชั้น.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๘๐๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สักกปัญหสูตร”