ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ มหาวิยูหะ เป็นชื่อเรือนยอดหลังใหญ่ที่ทำด้วยเงิน (ที.ม.อ. ๒๖๐/๒๔๓)
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[176] Athakho ānanda brāhmaṇagapatikā pahūtaṃ sāpateyyaṃ ādāya rājānaṃ mahāsudassanaṃ upasaṅkamitvā evamāhaṃsu idaṃ deva Pahūtaṃ sāpateyyaṃ devasseva uddissa ābhataṃ taṃ devo paṭiggaṇhātūti . alaṃ bho mamamidaṃ pahūtaṃ sāpateyyaṃ dhammikena balinā abhisaṅkhataṃ taṃ vo hotu ito ca bhiyyo harathāti. Te raññā paṭikkhittā ekamantaṃ apakkamma evaṃ samacintesuṃ na kho evaṃ amhākaṃ paṭirūpaṃ yaṃ [4]- imāni sāpateyyāni punadeva sakāni gharāni paṭihāreyyāma yannūna mayaṃ rañño mahāsudassanassa nivesanaṃ māpeyyāmāti . te rājānaṃ mahāsudassanaṃ upasaṅkamitvā evamāhaṃsu nivesanaṃ te deva māpeyyāmāti . Adhivāsesi kho ānanda rājā mahāsudassano tuṇhībhāvena.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สมัยนั้น ในกรุงกุสาวดีราชธานีมีนักเลง นักเล่น และนักดื่มร้องรำทำเพลง ตามเสียงกระดิ่งยามที่ต้องลมเหล่านั้น ธรรมปราสาทที่สร้างเสร็จแล้ว มองดูได้ยาก เพราะมีแสงสะท้อนบาดตา อานนท์ ในสารทกาลคือเดือนท้ายฤดูฝน เมื่ออากาศ แจ่มใสไร้เมฆหมอก ดวงอาทิตย์ส่องนภากาศ มองดูได้ยากเพราะมีแสงสะท้อนบาดตา ฉันใด ธรรมปราสาทที่สร้างเสร็จแล้ว ก็มองดูได้ยากเพราะมีแสงสะท้อนบาดตา ฉันนั้น
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สระธรรมโบกขรณี
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๒๕๙] อานนท์ ลำดับนั้น พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงดำริดังนี้ว่า ‘ทางที่ดี เราน่าจะให้สร้างสระชื่อธรรมโบกขรณีไว้เบื้องหน้าธรรมปราสาท’ จึงรับสั่งให้สร้าง สระธรรมโบกขรณีไว้เบื้องหน้าธรรมปราสาท ด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกยาว ๑ โยชน์ ด้านทิศเหนือและทิศใต้กว้างกึ่งโยชน์ สระธรรมโบกขรณีก่อด้วยอิฐ ๔ ชนิด
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที