อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๖ ม.มู. ๑๒/๑๗๗/๑๓๖ จูฬทุกฺขกฺขนฺธสุตฺต, ม.ม. ๑๓/๔๒/๒๙ โปตลิยสุตฺต.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๕๑] ก็สมัยนั้น ในพระนครพันธุมดีราชธานี มีภิกษุสงฆ์อาศัยอยู่ มากประมาณ หกล้านแปดแสนรูป ภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแลพระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนาม ว่าวิปัสสี ผู้เสด็จเร้นอยู่ในที่ลับ เกิดความ รำพึงในพระทัยว่า บัดนี้ ในพระนครพันธุมดีราชธานี มีภิกษุสงฆ์อาศัยอยู่เป็น จำนวนมาก ประมาณหกล้านแปดแสนรูป ถ้ากระไร เราพึงอนุญาตภิกษุ ทั้งหลาย ว่า ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์แก่ชนเป็นอันมากเพื่อ ความสุข แก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์สัตว์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่เทพดา และมนุษย์ทั้งหลาย แต่อย่าได้ไปทางเดียวกันสองรูป เธอ ทั้งหลายจงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด จงประกาศ พรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง ในโลกนี้ สัตว์พวกนี้ที่มีกิเลสเพียงดังธุลีในจักษุเบาบางยังมีอยู่ เพราะไม่ได้ ฟังธรรม สัตว์ พวกนั้นจึงเสื่อมเสียไป ผู้ที่รู้ทั่วถึงธรรมได้ยังจักมี แต่ว่าโดยหกปีๆ ล่วงไป พวกเธอพึงกลับมายังพระนครพันธุมดีราชธานี เพื่อแสดงพระปาติโมกข์ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ท้าวมหาพรหมองค์หนึ่ง ได้ทราบความ รำพึงในพระทัย ของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ด้วย ใจแล้ว จึงได้หายตัวที่ พรหมโลก ไปปรากฏอยู่เฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพระ ภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า วิปัสสี เปรียบเหมือนบุรุษที่มีกำลัง เหยียด ออกซึ่งแขนที่คู้เข้าไว้ หรือคู้เข้าซึ่งแขนที่เหยียด ออกไว้ ฉะนั้น ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทันใดนั้น ท้าวมหาพรหมนั้นกระทำผ้าอุตตราสงค์ เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมอัญชลีไปทางที่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสีประทับอยู่ ได้ กราบทูลพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสีว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ข้าแต่พระสุคต ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บัดนี้ ในพระนคร พันธุมดีราชธานีมี ภิกษุสงฆ์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ประมาณหกล้านแปดแสนรูป ข้าแต่พระองค์ ผู้ เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงอนุญาตภิกษุทั้งหลายเถิดว่า ภิกษุทั้งหลาย พวก เธอจงเที่ยว จาริกไป เพื่อประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอัน มาก เพื่ออนุเคราะห์สัตว์ โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่ เทพดาและมนุษย์ทั้งหลาย แต่อย่าได้ไป ทางเดียวกันสองรูป ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด จง ประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง ใน โลกนี้ สัตว์พวกที่มีกิเลสเพียงดังธุลีในจักษุเบาบางยังมีอยู่ เพราะไม่ได้ฟังธรรม สัตว์พวกนั้น จึงเสื่อมเสียไป ผู้ที่รู้ทั่วถึงธรรมได้ยังจักมี ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์ก็จักกระทำโดย ที่จะให้ภิกษุทั้งหลายกลับมายังพระนครพันธุมดีราช ธานี เพื่อแสดงพระปาติโมกข์โดยหกปีๆ ล่วงไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย ท้าวมหาพรหมนั้นได้กราบทูลดังนี้แล้วถวายบังคมพระ ผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสี กระทำประทักษิณแล้ว หาย ไป ณ ที่นั้นเอง ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๗ ฉ.ม., อิ. กิลิสุสนฺติ ๘ ม.ม. ๑๓/๓๕๑/๓๓๕ องฺคุลิมาลสุตฺต เอถ ภิกฺขโวติ อาทิมาห. เต ตาวเทว ภณฺฑู กาสายวสนา อฏฺฐหิ ภิกฺขุปริกฺขาเรหิ สรีเร ปฏิมุกฺเกเหว ๑- วสฺสสติกตฺเถรา วิย ภควนฺตํ นมสฺสมานาว นิสีทึสุ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สนฺทสฺเสสีติ อาทีสุ อิธโลกตฺถํ สนฺทสฺเสสิ, ปรโลกตฺถํ สนฺทสฺเสสิ. อิธโลกตฺถํ ทสฺเสนฺโต อนิจฺจนฺติ ทสฺเสสิ, ทุกฺขนฺติ ทสฺเสสิ, อนตฺตาติ ทสฺเสสิ, ขนฺเธ ทสฺเสสิ, ธาตุโย ทสฺเสสิ, อายตนานิ ทสฺเสสิ, ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ทสฺเสสิ, รูปกฺขนฺธสฺส อุทยํ ทสฺเสนฺโต ปญฺจ ลกฺขณานิ ทสฺเสสิ, ตถา เวทนากฺขนฺธาทีนํ, ตถา วยํ ทสฺเสนฺโตติ ๒- อุทยพฺพยวเสน ปญฺญาสลกฺขณานิ ทสฺเสสิ, ปรโลกตฺถํ ทสฺเสนฺโต นิรยํ ทสฺเสสิ, ติรจฺฉานโยนึ, ปิตฺติวิสยํ, ๓- อสุรกายํ, ติณฺณํ กุสลานํ วิปากํ, ฉนฺนํ เทวโลกานํ, นวนฺนํ พฺรหฺมโลกานํ สมฺปตฺตึ ทสฺเสสิ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สมาทเปสีติ จตุปาริสุทฺธิสีลธุตงฺคทสกถาวตฺถุอาทิเก ๔- กลฺยาณธมฺเม คณฺหาเปสิ. สมุตฺเตเชสีติ สุฏฺฐ อุตฺเตเชสิ, อพฺภุสฺสาเหสิ. อิธโลกตฺถญฺจ ปรโลกตฺถญฺจ ตาเสตฺวา ๕- ตาเสตฺวา ๕- อธิคตํ วิย กตฺวา กเถสิ. ทฺวตฺตึสกมฺมกรณปญฺจวีสติมหาภยปฺปเภทํ หิ อิธโลกตฺถํ พุทฺเธ ภควติ ตาเสตฺวา ตาเสตฺวา กถยนฺเต ปจฺฉาพาหุํ ๖- คาฬฺหพนฺธนํ พนฺธิตฺวา จาตุมฺมหาปเถ ปหารสเตน ตาเลตฺวา ๗- ทกฺขิณทฺวาเรน นียมาโน วิย อาฆาตนคณฺฑิกาย ฐปิตสีโส วิย สูเล อุตฺตาสิโต วิย มตฺตหตฺถินา มทฺทิยมาโน วิย จ อุตฺตสนฺโต ๘- โหติ. ปรโลกตฺถญฺจ กถยนฺเต นิรยาทีสุ นิพฺพตฺโต วิย เทวโลกสมฺปตฺตึ อนุภวมาโน วิย จ โหติ.