อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๕ ม. อิ. ยุทฺธํ นาคเรเหว ๖ ฉ.ม., อิ. โหสิ. สตฺต สํวจฺฉรานิ มยฺหํ ภิกฺขุสํฆํ ททนฺตู"ติ อาห. นาครา น สมฺปฏิจฺฉึสุ. ราชา ฉ วสฺสานิ, ปญฺจ, ๑- จตฺตาริ, ตีณิ, เทฺว, เอกวสฺสํ หาเปติ. ๒- เอวํ หาเปนฺเตปิ น สมฺปฏิจฺฉึสุ. อญฺเญ สตฺต ทิวเสติ ๓- ยาจิ. นาครา "อติกกฺขฬํ ทานิ รญฺญา สทฺธึ กาตุํ น วฏฺฏตี"ติ อนุชานึสุ.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๕๓] ก็โดยสมัยนั้นแล ในชมพูทวีปมีอาวาสอยู่ ๘๔,๐๐๐ อาวาส เมื่อล่วงไปได้ พรรษาหนึ่งแล้ว เทพดาทั้งหลายได้ร้องประกาศว่า ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ ทั้งหลาย ล่วงไปพรรษาหนึ่งแล้ว บัดนี้ ยังเหลือห้าพรรษา โดยอีกห้าพรรษา ล่วงไป ท่านทั้งหลายพึงเข้าไปยังพระนคร พันธุมดีราชธานี เพื่อสวดพระปาติโมกข์ เมื่อล่วงไปได้สองพรรษาแล้ว เทพดาทั้งหลายได้ร้อง ประกาศว่า ข้าแต่ท่านผู้ นิรทุกข์ทั้งหลาย ล่วงไปสองพรรษาแล้ว บัดนี้ ยังเหลือสี่พรรษา โดยอีก สี่พรรษาล่วงไป ท่านทั้งหลายพึงเข้าไปยังพระนครพันธุมดีราชธานีเพื่อสวดพระปาติโมกข์ เมื่อ ล่วงไปได้สามพรรษาแล้ว เทพดาทั้งหลายได้ร้องประกาศว่า ข้า แต่ท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย ล่วงไป สามพรรษาแล้ว บัดนี้ ยังเหลือสามพรรษา โดย อีกสามพรรษาล่วงไป ท่านทั้งหลายพึงเข้าไปยัง พระนครพันธุมดีราชธานี เพื่อสวด พระปาติโมกข์ เมื่อล่วงไปได้สี่พรรษาแล้ว เทพดาทั้งหลายได้ ร้องประกาศว่า ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย ล่วงไปสี่พรรษาแล้ว บัดนี้ ยังเหลือสองพรรษา โดย อีกสองพรรษาล่วงไป ท่านทั้งหลายพึงเข้าไปยังพระนครพันธุมดีราชธานี เพื่อ สวดพระปาติโมกข์ เมื่อล่วงไปได้ห้าพรรษาแล้ว เทพดาทั้งหลายได้ร้องประกาศว่า ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย ล่วงไปห้าพรรษาแล้ว บัดนี้ ยังเหลือพรรษาเดียว โดยอีกพรรษาเดียวล่วงไป ท่านทั้งหลายพึง เข้าไปยังพระนครพันธุมดีราชธานี เพื่อ สวดพระปาติโมกข์ เมื่อล่วงไปได้หกพรรษาแล้ว เทพดา ทั้งหลายได้ร้องประกาศว่า ล่วงไปหกพรรษาแล้ว บัดนี้ถึงเวลาละ ท่านทั้งหลายพึงเข้าไปยัง พระนครพันธุมดี ราชธานี เพื่อสวดพระปาติโมกข์ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ภิกษุเหล่านั้น บางพวกไปด้วยอิทธานุภาพของตน บางพวกไปด้วยอิทธานุภาพของเทวดา เข้าไปยังพระนครพันธุมดีราชธานี โดยวันเดียวนั้น เพื่อ สวดพระปาติโมกข์ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ราชา สตฺตมาสาธิกานํ สตฺตนฺนํ สํวจฺฉรานํ สชฺชิตํ ทานมุขํ สตฺตนฺนเมว ทิวสานํ วิสชฺเชตฺวา ฉ ทิวเส เกสญฺจิ อปสฺสนฺตานญฺเญว ทานํ ทตฺวา สตฺตเม ทิวเส นาคเร ปกฺโกสาเปตฺวา "สกฺขิสฺสถ ตาตา เอวรูปํ ทานํ ทาตุนฺ"ติ อาห. เตปิ "นนุ อเมฺหเยว นิสฺสาย ตํ เทวสฺส อุปฺปนฺนนฺ"ติ วตฺวา "สกฺขิสฺสามา"ติ อาหํสุ. ราชา ปิฏฺฐิหตฺเถน อสฺสูนิ ปุญฺฉมาโน ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา "ภนฺเต อหํ อฏฺฐสฏฺฐิภิกฺขุสตสหสฺสํ อญฺญสฺส ภารํ อกตฺวา ยาวชีวํ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหิสฺสามีติ จินฺเตสึ, นาครานํ ๔- ทานิ เม อนุญฺญาตา, นาครา หิ `มยํ ทานํ ทาตุํ น ลภามา'ติ กุปฺปนฺติ, ภควา เสฺว ปฏฺฐาย เตสํ อนุคฺคหํ กโรถา"ติ อาห.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อถ ทุติยทิวเส เสนาปติ มหาทานํ สชฺเชตฺวา "อชฺช ยถา อญฺโญ โกจิ เอกภิกฺขมฺปิ น เทติ, เอวํ รกฺขถา"ติ สมนฺตา ปุริเส ฐเปสิ. ตํทิวสํ เสฏฺฐิภริยา โรทมานา ธีตรํ อาห "สเจ อมฺม ตว ปิตา ชีเวยฺย, อชฺชาหํ ปฐมํ ทสพลํ โภเชยฺยนฺ"ติ. สา ตํ อาห "อมฺม มา จินฺตยิ, อหํ ตถา กริสฺสามิ, ยถา พุทฺธปฺปมุโข ภิกฺขุสํโฆ ปฐมํ อมฺหากํ ภิกฺขํ ปริภุญฺชิสฺสตี"ติ. ตโต สตสหสฺสคฺฆนิกาย สุวณฺณปาติยา นิรุทกปายาสสฺส ปูเรตฺวา สปฺปิมธุสกฺกราทีหิ อภิสงฺขริตฺวา อญฺญิสฺสา ๕- ปาติยา ปาตึ ปฏิกุชฺชิตฺวา ตํ สุมนมาลาคุเณหิ ปริกฺขิปิตฺวา มาลาคุณสทิสํ กตฺวา ภควโต คามํ ปวิสนเวลาย สยเมว อุกฺขิปิตฺวา ธาตีคณปริวุตา ฆรา ๖- นิกฺขมิ. อนฺตรามคฺเค เสนาปติอุปฏฺฐากา "อมฺม มา อิโต อคมาสี"ติ วทนฺติ. มหาปุญฺญา นาม มนาปกถา โหนฺติ, น จ เตสํ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๒๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. มหาปทานสูตร”