อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ เทวานํ วา เทวตฺตายาติ ยา อยํ เทวานํ เทวภาวาย ขนฺธชาติ, ยาย ขนฺธชาติยา เทวา "เทวา"ติ วุจฺจนฺติ, สเจ หิ ชาติ สพฺเพน สพฺพํ นาภวิสฺสาติ อิมินาว นเยน สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ จ เทวาติ อุปปตฺติเทวา. คนฺธพฺพาติ มูลขนฺธาทีสุ อธิวฏฺฐเทวตา. ๑- ยกฺขาติ อมนุสฺสา. ภูตาติ เย เกจิ นิพฺพตฺตสตฺตา. ปกฺขิโนติ เย เกจิ อฏฺฐิปกฺขา วา จมฺมปกฺขา วา โลมปกฺขา วา. สิรึสปาติ ๒- เย เกจิ ภูมิยํ สรนฺตา คจฺฉนฺติ. เตสํ เตสนฺติ เตสํ เตสํ เทวคนฺธพฺพาทีนํ. ตถตฺตายาติ เทวคนฺธพฺพาทิภาวาย. ชาตินิโรธาติ ชาติวิคมา, ชาติอภาวาติ อตฺโถ.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๖๑] ดูกรอานนท์ บุคคลเมื่อจะบัญญัติอัตตา ย่อมบัญญัติด้วยเหตุ ประมาณเท่าไร ก็เมื่อบุคคลจะบัญญัติอัตตา มีรูปเป็นกามาวจร ย่อมบัญญัติว่า อัตตาของเรามีรูปเป็นกามาวจร เมื่อบัญญัติอัตตามีรูปหาที่สุดมิได้ ย่อมบัญญัติว่า อัตตาของเรามีรูปหาที่สุดมิได้ เมื่อบัญญัติอัตตาไม่มีรูปเป็นกามาวจร ย่อมบัญญัติว่า อัตตาของเราไม่มีรูปเป็นกามาวจร เมื่อบัญญัติอัตตา ไม่มีรูปหาที่สุดมิได้ ย่อม บัญญัติว่า อัตตาของเราไม่มีรูปหาที่สุดมิได้ ฯ ดูกรอานนท์ บรรดาความเห็น ๔ อย่างนั้น ผู้ที่บัญญัติอัตตามีรูปเป็น กามาวจรนั้น ย่อมบัญญัติในกาลบัดนี้ หรือบัญญัติซึ่งสภาพที่เป็นอย่างนั้น หรือ มีความเห็นว่า เราจักยังสภาพ อันไม่เที่ยงแท้ที่มีอยู่ให้สำเร็จ เพื่อเป็นสภาพที่ เที่ยงแท้ อานนท์ การลงความเห็นว่าอัตตาเป็น กามาวจร ย่อมติดสันดานผู้มีรูปที่ เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงควรกล่าวไว้ด้วย ฯ ดูกรอานนท์ บรรดาความเห็น ๔ อย่างนั้น ผู้มีบัญญัติอัตตามีรูปหาที่สุด มิได้นั้น ย่อม บัญญัติในกาลบัดนี้ หรือบัญญัติซึ่งสภาพที่เป็นอย่างนั้น หรือมี ความเห็นว่า เราจักยังสภาพที่ไม่ เที่ยงแท้อันมีอยู่ให้สำเร็จ เพื่อเป็นสภาพที่เที่ยงแท้ อานนท์ การลงความเห็นว่า อัตตาหาที่สุด มิได้ ย่อมติดสันดานผู้มีรูปที่เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงควรกล่าวไว้ด้วย ฯ ดูกรอานนท์ บรรดาความเห็น ๔ อย่างนั้น ผู้ที่บัญญัติอัตตาไม่มีรูปเป็น กามาวจรนั้น ย่อมบัญญัติในกาลบัดนี้ หรือบัญญัติซึ่งสภาพที่เป็นอย่างนั้น หรือ มีความเห็นว่า เราจักยังสภาพ อันไม่เที่ยงแท้ที่มีอยู่ให้สำเร็จ เพื่อเป็นสภาพที่ เที่ยงแท้ อานนท์ การลงความเห็นว่าอัตตาเป็น กามาวจร ย่อมติดสันดานผู้มีอรูป ที่เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงควรกล่าวไว้ด้วย ฯ ดูกรอานนท์ บรรดาความเห็น ๔ อย่างนั้น ส่วนผู้ที่บัญญัติอัตตาไม่มีรูป ทั้งหาที่สุดมิ ได้นั้น ย่อมบัญญัติในกาลบัดนี้ หรือบัญญัติซึ่งสภาพที่เป็นอย่างนั้น หรือมีความเห็นว่า เราจัก ยังสภาพที่ไม่เที่ยงแท้อันมีอยู่ให้สำเร็จ เพื่อเป็นสภาพที่เที่ยงแท้ อานนท์ การลงความเห็นว่า อัตตาหาที่สุดมิได้ ย่อมติดสันดาน ผู้มีอรูป เพราะฉะนั้น จึงควรกล่าวไว้ด้วย ฯ ดูกรอานนท์ บุคคลเมื่อจะบัญญัติอัตตาย่อมบัญญัติด้วยเหตุมีประมาณเท่า นี้แล ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เหตูติ อาทีนิ สพฺพานิปิ การณเววจนานิเอว. การณญฺหิ ยสฺมา อตฺตโน ผลตฺถาย หิโนติ ปวตฺตติ, ตสฺมา "เหตู"ติ วุจฺจติ. ยสฺมา ตํ ผลํ นิเทติ "อิทํ ๓- คณฺหถ นนฺ"ติ อปฺเปติ วิย, ตสฺมา นิทานํ. ยสฺมา ผลํ ตโต สมุเทติ อุปฺปชฺชติ, ตญฺจ ปฏิจฺจ เอติ ปวตฺตติ, ตสฺมา สมุทโยติ จ ปจฺจโยติ จ วุจฺจติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อปิจ ยทิทํ ชาตีติ เอตฺถ ยทิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส สพฺพปเทสุ ลิงฺคานุรูปโต อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิธ ปน "ยา เอสา ชาตี"ติ ๔- อยมสฺส อตฺโถ. ชรามรณสฺส หิ ชาติ อุปนิสฺสยโกฏิยา ปจฺจโย โหติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๙๙] ภวปเท "กิมฺหิจี"ติ อิมินา โอกาสปริคฺคโห กโต. ตตฺถ เหฏฺฐา อวีจิปริยนฺตํ กตฺวา อุปริ ปรนิมฺมิตวสวตฺติเทเว อนฺโต กริตฺวา กามภโวติ เวทิตพฺโพ. อยํ นโย อุปปตฺติภเว. อิธ ปน กมฺมภโว ๕- ยุชฺชติ. โส หิ ชาติยา อุปนิสฺสยโกฏิยาว ปจฺจโย โหติ. อุปาทานปทาทีสุปิ "กิมฺหิจี"ติ อิมินา โอกาสปริคฺคโหว กโตติ เวทิตพฺโพ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๐๐] อุปาทานปจฺจยา ภโวติ เอตฺถ กามูปาทานํ ติณฺณํ ๖- กมฺมภวานํ ติณฺณญฺจ อุปปตฺติภวานํ ปจฺจโย, ตถา เสสานิปีติ อุปาทานปจฺจยา จตุวีสติ ภวา เวทิตพฺพา. นิปฺปริยาเยเนตฺถ ทฺวาทส กมฺมภวา ลพฺภนฺติ. เตสํ อุปาทานํ ๗- สหชาตโกฏิยาปิ อุปนิสฺสยโกฏิยาปิ ปจฺจโย.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๕๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหานิทานสูตร”