อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๖ อิ. จสทฺโท น ทิสฺสติ. ๗ อิ. วุตฺตา. เวทิยติ, เวทนาธมฺโม หิ เม อตฺตาติ อิมินา สญฺญาสงฺขารวิญฺญาณกฺขนฺธวตฺถุกา. อิทํ หิ ขนฺธตฺตยํ เวทนาสมฺปยุตฺตตฺตา เวทิยติ. เอตสฺส จ เวทนาธมฺโม อวิปฺปยุตฺตสภาโว.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๖๔] ดูกรอานนท์ คราวใดเล่า ภิกษุไม่เล็งเห็นเวทนาเป็นอัตตา ไม่ เล็งเห็นอัตตา ว่าไม่ต้องเสวยเวทนาก็ไม่ใช่ ไม่เล็งเห็นว่าอัตตายังต้องเสวยเวทนา อยู่ เพราะว่า อัตตาของเรามี เวทนาเป็นธรรมดา ภิกษุนั้น เมื่อเล็งเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมไม่ยึดมั่นอะไรๆ ในโลก และเมื่อ ไม่ยึดมั่น ย่อมไม่สะทกสะท้าน เมื่อไม่ สะทกสะท้านย่อมปรินิพพานได้เฉพาะตน ทั้งรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี อานนท์ ผู้ใดกล่าวอย่างนี้ว่า ทิฐิว่าเบื้องหน้าแต่ตาย สัตว์ยังมีอยู่ ว่าเบื้องหน้าแต่ตาย สัตว์ ไม่มีอยู่ ว่าเบื้องหน้าแต่ตาย สัตว์มีอยู่ด้วย ไม่มีอยู่ด้วย ว่าเบื้องหน้าแต่ตาย สัตว์มีอยู่ก็หา มิได้ ไม่มีอยู่ก็หามิได้ ดังนี้ กะภิกษุผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้ การกล่าวของบุคคลนั้นไม่สมควร ฯ ข้อนั้น เพราะเหตุไร ดูกรอานนท์ ชื่อ ทางแห่งชื่อ ทางแห่งนิรุติ บัญญัติ ทางแห่งบัญญัติ การแต่งตั้ง ทางที่กำหนดรู้ด้วยปัญญา วัฏฏะยังเป็นไปอยู่ตราบใด วัฏฏสงสาร ยังคงหมุนเวียนอยู่ตราบนั้น เพราะรู้ยิ่ง วัฏฏสงสารนั้น ภิกษุจึงหลุดพ้น ข้อที่มี ทิฐิว่า ใครๆ ย่อมไม่รู้ ย่อมไม่เห็นภิกษุ ผู้หลุดพ้น เพราะรู้ยิ่งวัฏฏสงสารนั้น นั้นไม่สมควร ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๑๒๒] อิทานิ ตตฺถ โทสํ ทสฺเสนฺโต "ตตฺรานนฺทา"ติ อาทิมาห. ตตฺถ ตตฺราติ เตสุ ตีสุ ทิฏฺฐิคติเกสุ. ยสฺมึ อานนฺท สมเยติ อาทิ โย โย ยํ ยํ เวทนํ อตฺตาติ สมนุปสฺสติ, ตสฺส ตสฺส อตฺตโน กทาจิ ภาวํ, กทาจิ อภาวนฺติ เอวมาทิโทสทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๑๒๓] อนิจฺจาทีสุ หุตฺวา อภาวโต อนิจฺจา. เตหิ เตหิ การเณหิ สงฺคมฺม สมาคมฺม กตาติ สงฺขตา. ตํ ตํ ปจฺจยํ ปฏิจฺจ สมฺมา การเณเนว อุปฺปนฺนาติ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา. ขโยติ อาทิ สพฺพํ ภงฺคสฺส เววจนํ. ยํ หิ ภิชฺชติ, ตํ ขียติปิ วยติปิ วิรชฺชติปิ นิรุชฺฌติปิ, ตสฺมา ขยธมฺมาติ อาทิ วุตฺตํ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
พฺยคา เมติ วิ อคาติ พฺยคา, วิคโต นิรุทฺโธ เม อตฺตาติ อตฺโถ. กึ ปน เอกสฺเสว ตีสุปิ กาเลสุ "เอโส เม อตฺตา"ติ โหตีติ, กึ ปน น ภวิสฺสติ. ทิฏฺฐิคติกสฺส หิ ถูสราสิมฺหิ นิกฺขิตฺตขาณุกสฺเสว ๑- นิจฺจลตา นาม นตฺถิ, วนมกฺกโฏ วิย อญฺญํ คณฺหาติ, อญฺญํ มุญฺจติ. อนิจฺจํ สุขํ ทุกฺขํ โวกิณฺณนฺติ ๒- วิเสเสน ตํ ตํ เวทนํ อตฺตาติ สมนุปสฺสนฺโต อนิจฺจญฺเจว สุขญฺจ ทุกฺขญฺจ อตฺตานํ สมนุปสฺสติ, อวิเสเสน ๓- เวทนํ อตฺตาติ สมนุปสสนฺโต โวกิณฺณํ อุปฺปาทวยธมฺมํ อตฺตานํ สมนุปสฺสติ. เวทนา หิ ติวิธา เจว อุปฺปาทวยธมฺมา จ, ตญฺเจส อตฺตาติ สมนุปสฺสติ. อิจฺจสฺส อนิจฺโจ เจว อตฺตา อาปชฺชติ, เอกกฺขเณ จ พหุนฺนํ เวทนานํ อุปฺปาโท. ตํ ๔- โข ปเนส อนิจฺจํ อตฺตานํ อนุชานาติ, น เอกกฺขเณ พหุนฺนํ เวทนานํ อุปฺปตฺติ อตฺถิ. อิมมตฺถํ สนฺธาย "ตสฺมาติหานนฺท เอเตนเปตํ นกฺขมติ" `เวทนา เม อตฺตา'ติ สมนุปสฺสิตุนฺ"ติ วุตฺตํ.