อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๖ ฉ.ม. สุตฺตธรานํ เทนฺติ, อิ. สุตฺตธรา นาม.....

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๗๐] ครั้งนั้น เมื่อวัสสการพราหมณ์อำมาตย์ผู้ใหญ่ในมคธรัฐหลีกไป ไม่นาน พระผู้ มีพระภาครับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ เธอจงไป จงสั่งให้ภิกษุทุกรูปซึ่งอยู่อาศัย พระนครราชคฤห์ ให้มาประชุมกันในอุปัฏฐานศาลา ท่านพระอานนท์รับพระดำรัสของพระผู้มี พระภาคแล้ว สั่งให้ภิกษุทุกรูปซึ่งอยู่อาศัย พระนครราชคฤห์ให้ประชุมกันในอุปัฏฐานศาลา แล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง ครั้นท่านพระอานนท์นั่งเรียบร้อยแล้วได้ทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุสงฆ์ประชุมกันแล้ว ขอพระองค์ทรงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด ฯ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงลุกจากอาสนะ เสด็จเข้าไปยังอุปัฏฐาน ศาลา แล้ว ประทับนั่งบนอาสนะที่ปูลาดไว้ ครั้นประทับนั่งแล้ว รับสั่งกะภิกษุ ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอปริหานิยธรรมทั้ง ๗ แก่พวกเธอ พวกเธอจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุ เหล่านั้นทูลรับพระดำรัสของพระผู้มี พระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุจักหมั่นประชุมกันเนืองๆ อยู่เพียงใด พึงหวังได้ ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อมเพียงนั้น ฯ ๒. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุจักพร้อมเพรียงกันประชุม จักพร้อมเพรียงกันเลิก ประชุม และจักพร้อมเพรียงช่วยกันทำกิจที่สงฆ์พึงกระทำ อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญ อย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ๓. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุจักไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้แล้ว จักไม่ถอนสิ่ง ที่ได้บัญญัติไว้แล้ว จักสมาทานประพฤติอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ตามที่ได้บัญญัติไว้แล้ว อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุจักสักการะ เคารพ นับถือ บูชาภิกษุ ผู้เป็นเถระ ผู้รัตตัญญู บวชนาน เป็นสังฆบิดร เป็นสังฆปริณายก และจักเชื่อฟัง ถ้อยคำของท่านเหล่านั้น อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ๕. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุจักไม่ลุอำนาจแก่ตัณหาอันจะก่อให้เกิด ภพใหม่ซึ่ง บังเกิดขึ้นแล้ว อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ๖. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุจักเป็นผู้ยินดีในเสนาสนะป่า อยู่เพียงใด พึงหวัง ได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ๗. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุจักเข้าไปตั้งสติไว้ในภายในว่า ไฉนหนอ เพื่อน พรหมจรรย์ผู้มีศีลเป็นที่รักที่ยังมิได้มา พึงมาเถิดและที่มาแล้ว พึงอยู่เป็นผาสุก ดังนี้ อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อปริหานิยธรรม ทั้ง ๗ นี้ จักตั้งอยู่ในหมู่ภิกษุ และ หมู่ภิกษุจัก สนใจในอปริหานิยธรรม ทั้ง ๗ นี้ อยู่เพียงใด หมู่ภิกษุพึงหวังได้ซึ่ง ความเจริญอย่างเดียว ไม่มี เสื่อม เพียงนั้น ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สกฺกโรนฺตีติ ยํกิญฺจิ เตสํ สกฺการํ กโรนฺตา สุนฺทรเมว กโรนฺติ. ครุกโรนฺตีติ ครุภาวํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวาว กโรนฺติ. มาเนนฺตีติ มเนน ปิยายนฺติ. ปูเชนฺตีติ นิปจฺจการํ ทสฺเสนฺติ. โสตพฺพํ มญฺญนฺตีติ ทิวสสฺส เทฺว ตโย วาเร อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา เตสํ กถํ โสตพฺพํ สทฺธาตพฺพํ มญฺญนฺติ. ตตฺถ เย เอวํ มหลฺลกานํ ราชูนํ สกฺการาทีนิ น กโรนฺติ, โอวาทตฺถาย จ เนสํ อุปฏฺฐานํ น คจฺฉนฺติ. เต เตหิ วิสฏฺฐา อโนวทิยมานา กีฬาปสุตา รชฺชโต ปริหายนฺติ. เย ปน ตถา ปฏิปชฺชนฺติ, เตสํ มหลฺลกราชาโน "อิทํ กาตพฺพํ, อิทํ น กาตพฺพนฺ"ติ โปราณปฺปเวณึ อาจิกฺขนฺติ. สงฺคามํ ปตฺวาปิ "เอวํ ปวิสิตพฺพํ, เอวํ นิกฺขมิตพฺพนฺ"ติ อุปายํ ทสฺเสนฺติ. เต เตหิ โอวทิยมานา ยถาโอวาทํ ปฏิปชฺชนฺตา สกฺโกนฺติ ราชปฺปเวณึ สนฺธาเรตุํ. เตน วุตฺตํ "วุฑฺฒิเยว อานนฺท วชฺชีนํ ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานี"ติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กุลิตฺถิโยติ กุลฆรณิโย. กุลกุมาริโยติ อนิวิฏฺฐา ๑- ตาสํ ธีตโร. โอกฺกสฺส ปสยฺหาติ เอตฺถ "โอกฺกสฺสา"ติ วา "ปสยฺหา"ติ วา ปสยฺหาการสฺเสเวตํ นามํ. "อุกฺกสฺสา"ติปิ ปฐนฺติ. ตตฺถ โอกฺกสฺสาติ อปกสฺสิตฺวา ๒- อากฑฺฒิตฺวา. ปสยฺหาติ อภิภวิตฺวา อชฺโฌตฺถริตฺวาติ อตฺโถ. ๓- เอวญฺหิ กโรนฺตานํ วิชิเต มนุสฺสา `อมฺหากํ เคเห ปุตฺตมาตโรปิ, เขฬสิฆาณิกาทีนิ มุเขน อปเนตฺวา สํวฑฺฒิตธีตโรปิ อิเม ราชาโน พลกฺกาเรน คเหตฺวา อตฺตโน ฆเร วาเสนฺตี"ติ กุปิตฺวา ๔- ปจฺจนฺตํ ปวิสิตฺวา โจรา วา โจรสหายา วา หุตฺวา ชนปทํ ปหรนฺติ. เอวํ อกโรนฺตานํ ปน วิชิเต มนุสฺสา อปฺโปสฺสุกฺกา สกานิ กมฺมานิ กโรนฺตา ราชโกสํ วฑฺเฒนฺติ. เอวเมตฺถ วุฑฺฒิหานิโย เวทิตพฺพา.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

วชฺชีนํ วชฺชิเจติยานีติ วชฺชิราชูนํ วิชิเต รฏฺเฐ ๕- จิตฺตีกตฏฺเฐน เจติยานีติ ลทฺธนามานิ ยกฺขฏฺฐานานิ. อพฺภนฺตรานีติ อนฺโตนคเร ฐิตานิ. พาหิรานีติ พหินคเร ฐิตานิ. ทินฺนปุพฺพนฺติ ปุพฺเพ ทินฺนํ. กตปุพฺพนฺติ ปุพฺเพ

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๙๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”