อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๘๓] ครั้งนั้น สุนีธะและวัสสการะ อำมาตย์ผู้ใหญ่ในมคธรัฐ เข้าไป เฝ้าพระผู้มี พระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้วได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ ระลึกถึงกันไปแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้ว ได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอท่านพระโคดมพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์จงทรง รับภัตของข้าพระองค์เพื่อเสวยในวันนี้ พระผู้มีพระ ภาคทรงรับด้วยดุษณีภาพ ลำดับนั้น สุนีธะและวัสสการะอำมาตย์ผู้ใหญ่ในมคธรัฐ ทราบว่า พระผู้มีพระภาค ทรงรับแล้ว จึงเข้าไปยังที่พักของตนๆ ครั้นแล้วจัดแต่งของเคี้ยวของฉันอัน ประณีตในที่พักของตนๆ แล้วให้ทูลเวลาแด่พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่ท่าน พระโคดมผู้เจริญ ได้เวลาแล้วภัตตาหารสำเร็จแล้ว ฯ ครั้งนั้น เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้ว ทรงถือบาตรและจีวร พร้อมด้วย ภิกษุสงฆ์เสด็จเข้าไปยังที่พักของสุนีธะและวัสสการะอำมาตย์ผู้ใหญ่ใน มคธรัฐ ประทับนั่งบน อาสนะที่เขาจัดถวาย สุนีธะและวัสสการะอำมาตย์ผู้ใหญ่ ในมคธรัฐ อังคาสภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขให้อิ่มหนำ เพียงพอด้วย ของเคี้ยวของฉันอันประณีต ด้วยมือของตนๆ ครั้นพระผู้มีพระภาคเสวยเสร็จ วางพระหัตถ์จากบาตรแล้ว สุนีธะและวัสสการะถืออาสนะต่ำ นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง เมื่อสุนีธะและวัสสการะอำมาตย์ผู้ใหญ่ในมคธรัฐ นั่งเฝ้าอยู่ อย่าง นี้แล้ว พระผู้มีพระภาคทรงอนุโมทนาด้วยคาถาเหล่านี้ ความว่า

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม.,อิ. ปฏิคฺคณฺหนฺโต จ ๕ ฉ.ม. ฆณฺฏึ ๖ ฉ.ม. ปูเรตีติ วา อาจริยุปชฺฌายาทีนํ วา เทติ, โส ทาตพฺพํ เทติ, สาราณียธมฺโม ปนสฺส น โหติ, ปลิโพธชคฺคนํ นาม โหติ. สาราณียธมฺโม หิ มุตฺตปลิโพธสฺเสว วฏฺฏติ. เตน ปน โอทิสฺสกํ เทนฺเตน คิลานคิลานุปฏฺฐากอาคนฺตุกคมิกานญฺเจว นวปพฺพชิตสฺส จ สํฆาฏิปตฺตคฺคหณํ อชานนฺตสฺส ทาตพฺพํ. เอเตสํ ทตฺวา อวเสสํ เถราสนโต ปฏฺฐาย โถกํ โถกํ อทตฺวา โย ยตฺตกํ คณฺหาติ, ตสฺส ตตฺตกํ ทาตฺพฺพํ. อวสิฏฺเฐ อสติ ปุน ปิณฺฑาย จริตฺวา เถราสนโต ปฏฺฐาย ยํ ยํ ปณีตํ, ตํ ตํ ทตฺวา เสสํ ภุญฺชิตพฺพํ. ๑- "สีลวนฺเตหี"ติ วจนโต ทุสฺสีลสฺส อทาตุํปิ วฏฺฏติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อยํ ปน สาราณียธมฺโม ๒- สุสิกฺขิตาย ปริสาย สุปูโร โหติ, โน อสิกฺขิตาย ปริสาย. สุสิกฺขิตาย หิ ปริสาย โย อญฺญโต ลภติ, โส น คณฺหาติ. อญฺญโต อลภนฺโตปิ ปมาณยุตฺตเมว คณฺหาติ, น อติเรกํ. อยํ ปน สาราณียธมฺโม เอวํ ปุนปฺปุนํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ลทฺธํ ลทฺธํ เทนฺตสฺสาปิ ทฺวาทสหิ วสฺเสหิ ปูรติ, น ตโต โอรํ. สเจ หิ ทฺวาทสเม วสฺเส สาราณียธมฺมปูรโก ปิณฺฑปาตปูรํ ปตฺตํ อาสนสาลายํ ฐเปตฺวา นฺหายิตุํ คจฺฉติ, สํฆตฺเถโรว ๓- กสฺเสโส ปตฺโตติ, "สาราณียธมฺมปูรกสฺสา"ติ วุตฺเต "อาหรถ นนฺ"ติ สพฺพํ ปิณฺฑปาตํ วิจาเรตฺวาว ภุญฺชิตฺวา ริตฺตปตฺตํว ฐเปติ. อถ โส ภิกฺขุ ริตฺตปตฺตํ ทิสฺวา "มยฺหํ อนวเสเสตฺวาว ภิกฺขู ๔- ปริภุญฺชึสู"ติ โทมนสฺสํ อุปฺปาเทติ, สาราณียธมฺโม ภิชฺชติ, ปุน ทฺวาทส วสฺสานิ ปูเรตพฺโพ โหติ. ติตฺถิยปริวาสสทิโส เหส, สกึ ขณฺเฑ ชาเต ปุน ปูเรตพฺโพว. โย ปน "ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เม, ยสฺส เม ปตฺตคตํ อนาปุจฺฉาว สพฺรหฺมจารี ปริภุญฺชนฺตี"ติ โสมนสฺสํ ชเนติ, ตสฺส ปุณฺโณ นาม โหติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เอวํ ปูริตสาราณียธมฺมสฺส ปน เนว อิสฺสา, น มจฺฉริยํ โหติ. โส มนุสฺสานํ จ ปิโย โหติ, สุลภปจฺจโย จ โหติ, ปตฺตคตมสฺส ทียมานํปิ น ขียติ, ภาชนียภณฺฑฏฺฐาเน อคฺคภณฺฑํ ลภติ, ภเย วา ฉาตเก วา สมฺปตฺเต เทวตา อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชนฺติ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๒๑๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”