อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม., อิ. นามสทฺโท น ทิสฺสติ ๕ ฉ.ม. วิญฺญุปสตฺถานิ. อปรามฏฺฐตฺตา, "อิทํ นาม ตฺวํ อาปนฺนปุพฺโพ"ติ เกนจิ ปรามฏฺฐุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา จ อปรามฏฺฐานิ, อุปจารสมาธึ วา อปฺปนาสมาธึ วา สํวตฺตยนฺตีติ สมาธิสํวตฺตนิกานีติ วุจฺจนฺติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สีลสามญฺญคตา วิหริสฺสนฺตีติ เตสุ เตสุ ทิสาภาเคสุ วิหรนฺเตหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สมานภาวูปคตสีลา วิหริสฺสนฺติ. โสตาปนฺนาทีนญฺหิ สีลํ สมุทฺทนฺตเรปิ เทวโลเกปิ วสนฺตานํ อญฺเญสํ โสตาปนฺนาทีนํ สีเลน สมานเมว โหติ, นตฺถิ มคฺคผลสีเล ๑- นานตฺตํ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ยายํ ทิฏฺฐีติ มคฺคสมฺปยุตฺตา สมฺมาทิฏฺฐิ. อริยาติ นิทฺโทสา. นิยฺยาตีติ นิยฺยานิกา. ตกฺกรสฺสาติ โย ตถาการี โหติ. สมฺมาทุกฺขกฺขยายาติ สพฺพวฏฺฏทุกฺขกฺขยตฺถํ. ทิฏฺฐิสามญฺญคตาติ สมานทิฏฺฐิภาวํ อุปคตา หุตฺวา วิหริสฺสนฺติ. วุฑฺฒิเยวาติ เอวํ วิหรนฺตานํ วุฑฺฒิเยว ภิกฺขูนํ ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานีติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๔๒] เอตเทว พหุลนฺติ อาสนฺนปรินิพฺพานตตา ภิกฺขู โอวทนฺโต ปุนปฺปุนํ เอตํเยว ธมฺมีกถํ กโรติ. อิติ สีลนฺติ เอวํ สีลํ เอตฺตกํ สีลํ. เอตฺถ จตุปาริสุทฺธิสีลํ สีลํ, จิตฺเตกคฺคตา สมาธิ, วิปสฺสนา ๒- ปญฺญาติ เวทิตพฺพา. สีลปริภาวิโตติ อาทีสุ ยสฺมึ สีเล ฐตฺวาว มคฺคสมาธึ ผลสมาธึ นิพฺพตฺเตนฺติ, โส เตน สีเลน ปริภาวิโต มหปฺผโล โหติ มหานิสํโส. ยมฺหิ สมาธิมฺหิ ฐตฺวา มคฺคปญฺญํ ผลปญฺญํ นิพฺพตฺเตนฺติ, สา เตน สมาธินา ปริภาวิตา มหปฺผลา โหติ มหานิสํสา. ยสฺสํ ๓- ปญฺญาย ฐตฺวา มคฺคจิตฺตํ ผลจิตฺตํ นิพฺพตฺเตนฺติ, ตํ ตาย ปริภาวิตํ สมฺมเทว อาสเวหิ วิมุจฺจติ.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๑๔๒] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมารับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสงสัยเคลือแคลงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ใน มรรค หรือในข้อปฏิบัติ จะพึงมี บ้างแก่ภิกษุ แม้รูปหนึ่ง พวกเธอจงถามเถิด อย่าได้มีความร้อนใจภายหลังว่า พระศาสดาอยู่ เฉพาะหน้าเราแล้ว ยังมิอาจ ทูลถามพระผู้มีพระภาคในที่เฉพาะพระพักตร์ เมื่อพระผู้มีพระภาค ตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นพากันนิ่ง แม้ครั้งที่สอง ... แม้ครั้งที่สาม พระผู้มีพระภาครับสั่ง กะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสงสัยเคลือบแคลงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในมรรค หรือในข้อปฏิบัติจะพึงมีบ้างแก่ภิกษุแม้รูปหนึ่ง พวกเธอจงถามเถิด อย่าได้มีความ ร้อนใจในภายหลังว่า พระศาสดาอยู่เฉพาะหน้าเรา แล้ว เรายังมิอาจทูลถามพระผู้มีพระภาคในที่ เฉพาะพระพักตร์ แม้ครั้งที่สามภิกษุ เหล่านั้น ก็พากันนิ่ง ฯ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บางทีพวกเธอ ไม่ถาม แม้เพราะความเคารพในพระศาสดา แม้ภิกษุผู้เป็นสหาย ก็จงบอกแก่ภิกษุผู้สหายเถิด เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุพวกนั้น พากันนิ่ง ลำดับนั้น ท่านพระอานนท์ได้กราบ ทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ ไม่เคยมีมาแล้ว ข้าพระองค์เลื่อมใส ในภิกษุสงฆ์อย่างนี้ว่า ความสงสัยเคลือบแคลงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในมรรค หรือ ใน ข้อปฏิบัติ มิได้มีแก่ภิกษุแม้รูปหนึ่ง ในภิกษุสงฆ์นี้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกร อานนท์เธอพูดเพราะความเลื่อมใสตถาคตหยั่งรู้ในข้อนี้เหมือนกันว่า ความสงสัย เคลือบแคลงใน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในมรรค หรือในข้อปฏิบัติ มิได้มีแก่ภิกษุแม้รูปหนึ่ง ในภิกษุ สงฆ์นี้ บรรดาภิกษุ ๕๐๐ รูปนี้ ภิกษุรูปที่ต่ำที่สุด ก็เป็นโสดาบัน มีอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็น ผู้เที่ยงมีอันจะตรัสรู้ในภายหน้า ฯ

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๒๒๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”