อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อิโต ปเรสุ ฉสุ ปฐวีกมฺเปสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ มหาปทาเน วุตฺตเมว.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๑๐๙] ครั้งนั้น เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้ว ทรงถือบาตร และจีวร เสด็จ เข้าไปยังเมืองเวสาลีเพื่อบิณฑบาต เสด็จเที่ยวบิณฑบาตในเมือง เวสาลีแล้ว เวลาปัจฉาภัต เสด็จ กลับจากบิณฑบาต ทอดพระเนตรเมืองเวสาลี เป็นนาคาวโลก แล้วรับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ การเห็นเมืองเวสาลี ของตถาคตครั้งนี้ จักเป็นครั้งสุดท้าย มาไปกันเถิดอานนท์ เราจักไปยังบ้าน ภัณฑคาม ท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่เสด็จถึงบ้านภัณฑคามแล้ว ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ ณ บ้านภัณฑคามนั้น ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาครับสั่ง กะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะไม่รู้แจ้ง แทงตลอดธรรม ๔ ประการ เราและพวกเธอจึงเร่ร่อนท่องเที่ยวไปสิ้น กาลนานอย่างนี้ ๔ ประการเป็นไฉน เพราะไม่รู้แจ้งแทงตลอดศีลอันเป็นอริยะ เราและพวก เธอจึงเร่ร่อนท่องเที่ยวไป สิ้นกาลนาน เพราะไม่รู้แจ้งแทงตลอดสมาธิอันเป็นอริยะ ... ปัญญาอัน เป็นอริยะ ... วิมุตติอันเป็นอริยะ เราและพวกเธอจึงเร่ร่อนท่องเที่ยวไปสิ้นกาลนานอย่างนี้ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราได้รู้แจ้งแทงตลอดศีลอันเป็นอริยะสมาธิอันเป็น อริยะ ปัญญา อันเป็นอริยะ วิมุตติอันเป็นอริยะแล้ว ตัณหาในภพเราถอนเสียแล้ว ตัณหาอันจะนำไปสู่ภพสิ้น แล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มี ฯ พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ ตรัสคาถา ประพันธ์ต่อไปอีกว่า

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อิติ อิเมสุ อฏฺฐสุ ปฐวีกมฺเปสุ ปฐโม ธาตุโกเปน, ๕- ทุติโย อิทฺธานุภาเวน, ตติยจตุตฺถา ปุญฺญเตเชน, ปญฺจโม ญาณเตเชน, ฉฏฺโฐ สาธุการทานวเสน, สตฺตโม การุญฺญภาเวน, อฏฺฐโม อาโรทเนน. มาตุ กุจฺฉึ จ โอกฺกมนฺเต จ ตโต นิกฺขมนฺเต จ มหาสตฺเต ตสฺส ปุญฺญเตเชน ปฐวี อกมฺปิตฺถ. อภิสมฺโพธิยํ ญาณเตเชน อภิหตา หุตฺวา อกมฺปิตฺถ. ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม. สามเณโรปิ ๕ ม. อิ. ธาตุกฺโขเภน สาธุการภาวสณฺฐิตา สาธุการํ ททมานา อกมฺปิตฺถ. อายุสงฺขาโรสฺสชฺชเน การุญฺญภาวสณฺฐิตา จิตฺตสงฺโขภํ อสหมานา อกมฺปิตฺถ. ปรินิพฺพาเน อาโรทนเวคตุนฺนา หุตฺวา อกมฺปิตฺถ. อยํ ปนตฺโถ ปฐวีเทวตาย วเสน เวทิตพฺโพ, มหาภูตปฐวิยา ปเนตํ นตฺถิ อเจตนตฺตาติ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๒๖๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”