อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๗ ฉ.ม. อุมาปุปฺผมตฺตมฺปิ มหาวิหารสทิสญฺหิ วิหารสหสฺสํ มหาเจติยสทิสญฺจ เจติยสหสฺสํปิ สานํ ธาเรตุํ น สกฺโกนฺติ. เยน กตํ, ๑- ตสฺเสว โหติ. สมฺมาปฏิปตฺติ ปน ตถาคตสฺส อนุจฺฉวิกา ปูชา. สา หิ เตน ปฏฺฐิตา เจว, สกฺโกติ สาสนํ จ สนฺธาเรตุํ, ตสฺมา ตํ ทสฺเสนฺโต โย โข อานนฺทาติ อาทิมาห.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๑๒๙] สมัยนั้น ไม้สาละทั้งคู่ เผล็จดอกสะพรั่งนอกฤดูกาล ดอกไม้ เหล่านั้นร่วง หล่นโปรยปรายลงยังพระสรีระของพระตถาคตเพื่อบูชา แม้ดอก มณฑารพอันเป็นของทิพย์ก็ตกลง มาจากอากาศ ดอกมณฑารพเหล่านั้น ร่วงหล่น โปรยปรายลงยังพระสรีระของพระตถาคตเพื่อบูชาแม้จุณแห่งจันทน์อันเป็นของทิพย์ ก็ตกลงมาจากอากาศ จุณแห่งจันทน์เหล่านั้น ร่วงหล่น โปรยปรายลงยัง พระสรีระของพระตถาคตเพื่อบูชา ดนตรีอันเป็นทิพย์เล่าก็ประโคมอยู่ในอากาศ เพื่อ บูชาพระตถาคต แม้สังคีตอันเป็นทิพย์ก็เป็นไปในอากาศ เพื่อบูชาพระตถาคต ฯ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกท่านพระอานนท์มารับสั่งว่า ดูกรอานนท์ ไม้สาละ ทั้งคู่ เผล็จดอกบานสพรั่งนอกฤดูกาล ร่วงหล่นโปรยปรายลงยังสรีระของ ตถาคตเพื่อบูชา แม้ ดอกมณฑารพอันเป็นของทิพย์ ก็ตกลงมาจากอากาศ ดอก มณฑารพเหล่านั้น ร่วงหล่นโปรยปราย ลงยังสรีระของตถาคตเพื่อบูชา แม้จุณแห่ง จันทน์อันเป็นของทิพย์ ก็ตกลงมาจากอากาศ จุณแห่ง จันทน์เหล่านั้น ร่วงหล่น โปรยปรายลงยังสรีระของตถาคตเพื่อบูชา ดนตรีอันเป็นทิพย์เล่าก็ ประโคมอยู่ใน อากาศ เพื่อบูชาตถาคต แม้สังคีตอันเป็นทิพย์ก็เป็นไปในอากาศเพื่อบูชาตถาคต ดูกรอานนท์ ตถาคตจะชื่อว่าอันบริษัทสักการะ เคารพ นับถือ บูชา นอบน้อม ด้วยเครื่อง สักการะประมาณเท่านี้หามิได้ ผู้ใดแล จะเป็นภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก หรืออุบาสิกาก็ตาม เป็น ผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตาม ธรรมอยู่ ผู้นั้นย่อมชื่อว่าสักการะ เคารพ นับถือ บูชาตถาคตด้วยการบูชาอย่างยอด เพราะเหตุนั้นแหละอานนท์ พวกเธอพึงสำเหนียก อย่างนี้ว่า เราจักเป็นผู้ปฏิบัติ ธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ประพฤติตามธรรมอยู่ ดังนี้ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโนติ นววิธสฺส โลกุตฺตรธมฺมสฺส อนุธมฺมํ ปุพฺพภาคปฏิปทํ ปฏิปนฺโน. สาเยว ปน ปฏิปทา อนุจฺฉวิกตฺตา "สามีจี"ติ วุจฺจติ, ตํ สามีจึ ปฏิปนฺโนติ สามีจิปฏิปนฺโน. ตเมว ปุพฺพภาคปฏิปทาสงฺขาตํ อนุธมฺมํ จรติ ปูเรตีติ อนุธมฺมจารี.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ปุพฺพภาคปฏิปทาติ จ สีลํ อาจารปณฺณตฺติ ธุตงฺคสมาทานํ ยาว โคตฺรภูโต สมฺมาปฏิปทา เวทิตพฺพา. ตสฺมา โย ภิกฺขุ ฉสุ อคารเวสุ ปติฏฺฐาย ปญฺญตฺตึ อติกฺกมติ, อเนสนาย ชีวิตํ ๒- กปฺเปติ, อยํ น ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน. ๓- โย ปน สพฺพํ อตฺตโน ปญฺญตฺตสิกฺขาปทํ ชินเวลํ ชินมริยาทํ ชินกาฬสุตฺตํ อนุมตฺตํปิ น วีติกฺกมติ, อยํ ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน นาม. ภิกฺขุนิยาปิ เอเสว นโย. โย ปน อุปาสโก ปญฺจ เวรานิ ทส อกุสลกมฺมปเถ สมาทาย วตฺตติ อปฺเปติ, ๔- อยํ น ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน. โย ปน ตีสุ สรเณสุ ปญฺจสุ สีเลสุ ทสสุ สีเลสุ ปริปูรีการี ๕- โหติ, มาสสฺส อฏฺฐ อุโปสเถ กโรติ, ทานํ เทติ, คนฺธปูชํ มาลาปูชํ กโรติ, มาตรํ อุปฏฺฐาติ, ปิตรํ อุปฏฺฐาติ, ธมฺมิเก สมณพฺราหฺมเณ อุปฏฺฐาติ, อยํ ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน นาม โหติ. อุปาสิกายปิ เอเสว นโย.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ปรมาย ปูชายาติ อุตฺตมาย ปูชาย, อยํ หิ นิรามิสปูชา นาม สกฺโกติ มม สาสนํ สนฺธาเรตุํ. ยาว หิ อิมา จตสฺโส ปริสา มํ อิมาย ปูชาย ปูเชสฺสนฺติ, ตาว มม สาสนํ มชฺเฌ นภสฺส ปุณฺณจนฺโท วิย วิโรจิสฺสตีติ ทสฺเสติ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๒๙๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”