อรรถกถาบาลี อักษรไทย

มา ตถาคตํ วิเหเฐสีติ เถโร กิร "เอเต อญฺญติตฺถิยา นาม อตฺตคฺคหณเมว คณฺหนฺติ, ตสฺส วิสชฺชาปนตฺถาย ภควโต พหุํ ภาสมานสฺส กายิกวาจสิกวิเหสา ภวิสฺสติ, ปกติยาปิ จ กิลนฺโตเยว ภควา"ติ มญฺญมาโน เอวมาห. ปริพฺพาชโก "น เม อยํ ภิกฺขุ โอกาสํ กโรติ, อตฺถิเกน ปน อนุวตฺติตฺวา กาเรตพฺโพ"ติ เถรํ อนุวตฺเตนฺโต ทุติยมฺปิ ตติยมฺปิ อาห.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๑๔๐] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว สุภัททปริพาชก ได้กราบ ทูลว่า ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้ง นัก เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิดบอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีป ในที่มืด ด้วยคิดว่า ผู้มีจักษุจักเห็นรูป ดังนี้ ฉันใด พระผู้มีพระภาคทรงประกาศพระธรรมโดย อเนกปริยาย ฉันนั้น เหมือน กัน ข้าพระองค์นี้ ขอถึงพระผู้มีพระภาคพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ ว่าเป็นสรณะข้าพระองค์พึงได้บรรพชา พึงได้อุปสมบทในสำนักของพระผู้มีพระภาค ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรสุภัททะ ผู้ใดเคยเป็นอัญญเดียรถีย์ หวังบรรพชา หวัง อุปสมบท ในธรรมวินัยนี้ ผู้นั้นต้องอยู่ปริวาสสี่เดือน เมื่อล่วงสี่เดือน ภิกษุ ทั้งหลายเต็มใจแล้ว จึงให้บรรพชา ให้อุปสมบท เพื่อความเป็นภิกษุ ก็แต่ว่าเรารู้ความต่างแห่งบุคคลในข้อนี้ ฯ สุภัททปริพาชกกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หากผู้ที่เคยเป็นอัญญเดียรถีย์ หวัง บรรพชา หวังอุปสมบทในพระธรรมวินัยนี้ จะต้องอยู่ปริวาสสี่เดือนเมื่อล่วงสี่เดือน ภิกษุทั้งหลายเต็มใจ แล้ว จึงให้บรรพชา ให้อุปสมบท เพื่อความ เป็นภิกษุไซร้ ข้าพระองค์จักอยู่ปริวาสสี่ปี เมื่อล่วงสี่ปี ภิกษุทั้งหลายเต็มใจแล้ว จึงให้บรรพชา ให้อุปสมบทเถิด ฯ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกท่านพระอานนท์มารับสั่งว่า ดูกรอานนท์ ถ้าเช่น นั้น เธอจงให้สุภัททปริพาชกบวชเถิด ท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัสของ พระผู้มีพระภาคแล้ว สุภัททปริพาชกได้กล่าวกะท่านพระอานนท์ว่า ดูกรท่านอานนท์ ผู้มีอายุ เป็นลาภ ของท่าน ท่านได้ดีแล้ว ที่พระศาสดาทรงอภิเษกด้วยอันเตวาสิกา ภิเษก ในที่เฉพาะพระพักตร์ ในพระศาสนานี้ สุภัททปริพาชกได้บรรพชา อุปสมบทในสำนักพระผู้มีพระภาค ก็ท่านสุภัทท ปริพาชกได้บรรพชาอุปสมบทแล้วไม่นาน หลีกออกไปอยู่แต่ผู้เดียว เป็นผู้ไม่ประมาท มีความ เพียร มีตนส่งไปแล้วอยู่ ไม่ช้านานนัก ก็ทำให้แจ้งซึ่งที่สุดพรหมจรรย์ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ที่ กุลบุตร ทั้งหลายผู้มีความต้องการ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบ ด้วยปัญญา อันยิ่ง ด้วยตนเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ รู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จ แล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ มิได้มี ท่านสุภัททะได้เป็นอรหันต์รูปหนึ่ง ในจำนวนพระอรหันต์ ทั้งหลาย ท่านเป็นสักขิสาวกองค์ สุดท้ายของพระผู้มีพระภาค ฯ จบภาณวารที่ห้า

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๒๑๓] อสฺโสสิ โขติ สาณิทฺวาเร ฐิตสฺส ภาสโต ปกติโสเตเนว อสฺโสสิ, สุตฺวา จ ปน สุภทฺทสฺเสว อตฺถาย มหตา อุสฺสาเหน อาคตตฺตา อลํ อานนฺทาติ อาทิมาห. ตตฺถ อลนฺติ ปฏิกฺเขปฏฺเฐ นิปาโต. อญฺญาเปกฺโข วาติ ญาตุกาโมว ๑- หุตฺวา. อพฺภญฺญึสูติ ยถา เตสํ ปฏิญฺญา, ตเถว ชานึสุ. อิทํ วุตฺตํ โหติ:- สเจ เนสํ สา ปฏิญฺญา นิยฺยานิกา, สพฺเพ อพฺภญฺญึสุ, โน เจ, น อพฺภญฺญึสุ. ตสฺมา กึ เตสํ ปฏิญฺญา นิยฺยานิกา, น นิยฺยานิกาติ อยเมว ตสฺส ปญฺหสฺส อตฺโถ. อถ ภควา เตสํ อนิยฺยานิกภาวกถเนน อฏฺฐานภาวโต ๒- เจว โอกาสาภาวโต จ "อลนฺ"ติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ธมฺมเมว เทเสสิ. ปฐมยามมฺหิ มลฺลานํ ธมฺมํ เทเสตฺวา มชฺฌิมยาเม สุภทฺทสฺส, ปจฺฉิมยาเม ภิกฺขุสํฆํ โอวทิตฺวา พลวปจฺจูสสมเย ปรินิพฺพายิสฺสามีติ ๓- ภควา อาคโต.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๒๑๔] สมโณปิ ตตฺถ น อุปลพฺภตีติ ปฐโม โสตาปนฺนสมโณปิ ตตฺถ นตฺถิ, ทุติโย สกทาคามิสมโณปิ, ตติโย อนาคามิสมโณปิ, จตุตฺโถ อรหนฺตสมโณปิ ตตฺถ นตฺถีติ อตฺโถ. "อิมสฺมึ โข"ติ ปุริมเทสนาย อนิยมโต วตฺวา อิทานิ อตฺตโน สาสนํ นิยเมนฺโต อาห. สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภีติ จตุนฺนํ มคฺคานํ อตฺถาย อารทฺธวิปสฺสเกหิ จตูหิ, มคฺคฏฺเฐหิ จตูหิ, ผลฏฺเฐหิ จตูหีติ ทฺวาทสหิ สมเณหิ ปรปฺปวาทา สุญฺญา ตุจฺฉา ริตฺตกา. อิเม จ สุภทฺทาติ อิเม ทฺวาทส ภิกฺขู. สมฺมา วิหเรยฺยุยฺนติ เอตฺถ โสตาปนฺโน อตฺตนา ๔- อธิคตฏฺฐานํ อญฺญสฺส กเถตฺวา ตํ โสตาปนฺนํ กโรนฺโต สมฺมา วิหรติ นาม. เอส นโย สกทาคามิอาทีสุ. โสตาปตฺติมคฺคฏฺโฐ อญฺญํปิ โสตาปตฺติมคฺคฏฺฐํ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๑๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”