อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สุภทฺโท อนตฺตมโน หุตฺวา อยํ "สพฺพํ ชานามี"ติ อาหิณฺฑติ, สเจ น คเหตุกาโม เปเสตฺวา อาโรเจตพฺพํ. อยํ ปกฺกาหาโร นาม สพฺพจิรํ ติฏฺฐนฺโต สตฺตาหมตฺตํ ติฏฺเฐยฺย. อิทญฺหิ มม ยาวชีวํ ปริยตฺตํ อสฺส สพฺพํ เตน นาสิตํ, อหิตกาโม อยํ มยฺหนฺติ ภควติ อาฆาตํ พนฺธิตฺวา ทสพเล ธรนฺเต กิญฺจิ วตฺตุํ นาสกฺขิ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ "อยํ อุจฺจากุลา ปพฺพชิโต มหาปุริโส, สเจ กิญฺจิ วกฺขามิ, มมํเยว ๔- สนฺตชฺเชสฺสตี"ติ. สฺวายํ อชฺช "ปรินิพฺพุโต ภควา"ติ สุตฺวา ลทฺธอสฺสาโส วิย หฏฺฐตุฏฺโฐ เอวมาห.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๕๒] สมัยนั้น พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราประชุมกันอยู่ที่สัณฐาคาร ด้วยเรื่อง ปรินิพพานนั้นอย่างเดียว ลำดับนั้น ท่านพระอานนท์ เข้าไปยังสัณฐาคาร ของพวกเจ้ามัลละเมือง กุสินารา ครั้นเข้าไปแล้ว ได้บอกแก่พวกเจ้ามัลละเมือง กุสินาราว่า ดูกรวาสิฏฐะทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเสด็จปรินิพพานแล้ว ขอท่าน ทั้งหลายจงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด พวกเจ้ามัลละ กับโอรส สุณิสาและ ประชาบดี ได้ทรงสดับคำนี้ของท่านพระอานนท์แล้ว เป็นทุกข์เสียพระทัย เปี่ยม ไปด้วยความทุกข์ในใจ บางพวกสยายพระเกศา ประคองหัตถ์ทั้งสองคร่ำครวญอยู่ ล้มลง กลิ้งเกลือกไปมา ดุจมีบาทอันขาดแล้ว ทรงรำพันว่า พระผู้มีพระภาค เสด็จ ปรินิพพานเสียเร็วนัก พระสุคตเสด็จปรินิพพานเสียเร็วนัก พระองค์ผู้มีพระจักษุ ในโลก อันตรธานเสียเร็วนัก ดังนี้ ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราตรัสสั่ง พวกบุรุษว่า ดูกร พนาย ถ้าอย่างนั้น พวกท่านจงเตรียมของหอมมาลัยและเครื่องดนตรีทั้งปวง บรรดามีในกรุง กุสินาราไว้ให้พร้อมเถิด พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินารา ทรงถือเอาของหอมมาลัยและ เครื่องดนตรีทั้งปวงกับผ้า ๕๐๐ คู่ เสด็จเข้าไปยัง สาลวันอันเป็นที่แวะพักแห่งพวกเจ้ามัลละ และ เสด็จเข้าไปถึงพระสรีระพระผู้มีพระภาค ครั้นเข้าไปถึงแล้วสักการะ เคารพ นับถือ บูชาพระสรีระ พระผู้มีพระภาค ด้วยการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคม มาลัยและของหอม ดาดเพดานผ้า ตกแต่ง โรงมณฑล ยังวันนั้นให้ล่วงไปด้วยประการฉะนี้ ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราได้มีความ ดำริว่า การถวายพระเพลิงพระสรีระพระผู้มีพระภาคในวันนี้พลบค่ำเสียแล้ว พรุ่งนี้เราจักถวาย พระเพลิงพระสรีระพระผู้มีพระภาค พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราสักการะ เคารพ นับถือ บูชา พระสรีระพระผู้มีพระภาค ด้วยการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคม มาลัยและของหอม ดาดเพดานผ้า ตกแต่ง โรงมณฑล ยังวันที่สอง ที่สาม ที่สี่ ที่ห้า ที่หก ให้ล่วงไป ครั้นถึง วันที่เจ็ด พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราได้มีความดำริว่า เราสักการะ เคารพ นับถือ บูชาพระสรีระ พระผู้มีพระภาค ด้วยการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคม มาลัยและของหอม จักเชิญไปทางทิศทักษิณ แห่งพระนคร แล้วเชิญไปภายนอกพระนคร ถวายพระเพลิง พระสรีระพระผู้มีพระภาคทางทิศทักษิณ แห่งพระนครเถิด ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เถโร ตํ สุตฺวา หทเย ปหารทานํ วิย มตฺถเก ปติตสุกฺกาสนี ๕- วิย อมญฺญิ, ธมฺมสํเวโค จสฺส อุปฺปชฺชิ. "สตฺตาหมตฺตํ ปรินิพฺพุโต ภควา, อชฺชาปิ หิสฺส. สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ ธรติเยว, ทุกฺเขน ภควตา อาหริตสาสเน ๖-
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๔ ฉ.ม. มํเยว. ๕ ฉ.ม. ปติตสุกฺขาสนิ ๖ ฉ.ม., อิ. อาราธิตสาสเน นาม เอวํ ลหุํ ๑- มหนฺตํ ปาปกสฏํ กณฺฏโก อุปฺปนฺโน, อยํ ๒- โข ปเนส ปาโป วฑฺฒมาโน อญฺเญปิ เอวรูเป สหาเย ลภิตฺวา สกฺกา สาสนํ โอสกฺกาเปตุนฺ"ติ. ตโต เถโร จินฺเตสิ:-