อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
โส เอวํ นาม มยฺหํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ กสฺสจิ อนาโรเจตฺวา ภิกฺขุสํฆํ สมสฺสาเสสิ. เตน วุตฺตํ "อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป ฯเปฯ เนตํ ฐานํ วิชฺชตี"ติ.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๕๓] สมัยนั้น มัลลปาโมกข์ ๘ องค์ สระสรงเกล้าแล้วทรงนุ่งผ้าใหม่ ด้วยตั้ง พระทัยว่า เราจักยกพระสรีระพระผู้มีพระภาค ก็มิอาจจะยกขึ้นได้ ลำดับนั้นพวกเจ้ามัลละ เมืองกุสินาราได้ถามท่านพระอนุรุทธะว่า ข้าแต่ท่านอนุรุทธะ อะไร หนอเป็นเหตุ อะไรหนอเป็นปัจจัย ให้มัลลปาโมกข์ ๘ องค์นี้ ผู้สระสรงเกล้าแล้ว ทรงนุ่งผ้าใหม่ ด้วยตั้งใจว่า เราจัก ยก พระสรีระพระผู้มีพระภาคก็มิอาจยกขึ้นได้ ฯ อ. ดูกรวาสิฏฐะทั้งหลาย ความประสงค์ของพวกท่านอย่างหนึ่ง ของพวก เทวดา อย่างหนึ่ง ฯ ม. ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็ความประสงค์ของพวกเทวดาเป็นอย่างไร ฯ ดูกรวาสิฏฐะทั้งหลาย ความประสงค์ของพวกท่านว่า เราสักการะ เคารพ นับถือ บูชา พระสรีระพระผู้มีพระภาค ด้วยการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคม มาลัย และของหอม จักเชิญไป ทางทิศทักษิณแห่งพระนคร แล้วเชิญไปภายนอกพระนคร ถวายพระเพลิงพระสรีระพระผู้มีพระ ภาค ทางทิศทักษิณแห่งพระนคร ความประสงค์ ของพวกเทวดาว่า เราสักการะ เคารพ นับถือ บูชา พระสรีระพระผู้มีพระภาค ด้วยการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคม มาลัยและของหอมอันเป็นทิพย์ จักเชิญ ไปทางทิศอุดรแห่งพระนคร แล้วเข้าไปสู่พระนครโดยทวารทิศอุดร เชิญไปท่าม กลาง พระนคร แล้วออกโดยทวารทิศบูรพา แล้วถวายพระเพลิงพระสรีระพระผู้มี พระภาค ที่มกุฏ พันธนเจดีย์ของพวกเจ้ามัลละ ทางทิศบูรพาแห่งพระนคร ฯ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอให้เป็นไปตามความประสงค์ของพวกเทวดาเถิด ฯ สมัยนั้น เมืองกุสินาราเดียรดาษไปด้วยดอกมณฑารพโดยถ่องแถวประมาณ แค่เข่า จนตลอดที่ต่อแห่งเรือน บ่อของโสโครกและกองหยากเยื่อ ครั้งนั้น พวกเทวดาและพวกเจ้ามัลละ เมืองกุสินาราสักการะ เคารพ นับถือ บูชาพระสรีระ พระผู้มีพระภาค ด้วยการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคม มาลัยและของหอม ทั้งที่ เป็นของทิพย์ ทั้งที่เป็นของมนุษย์ เชิญไปทางทิศอุดรแห่ง พระนคร แล้วเข้าไปสู่ พระนครโดยทวารทิศอุดร เชิญไปท่ามกลางพระนคร แล้วออกโดยทวาร ทิศบูรพา แล้ววางพระสรีระพระผู้มีพระภาค ณ มกุฏพันธนเจดีย์ของพวกเจ้ามัลละ ทางทิศบูรพา แห่งพระนคร ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราได้ถามท่านพระอานนท์ว่า ข้าแต่ท่านพระ อานนท์ พวกข้าพเจ้าจะปฏิบัติอย่างไรในพระสรีระพระผู้มีพระภาค ฯ อ. ดูกรวาสิฏฐะทั้งหลาย พวกท่านพึงปฏิบัติในพระสรีระพระตถาคตเหมือนที่เขา ปฏิบัติในพระสรีระพระเจ้าจักรพรรดิฉะนั้น ฯ ข้าแต่ท่านอานนท์ ก็เขาปฏิบัติในพระสรีระพระเจ้าจักรพรรดิอย่างไร ฯ ดูกรวาสิฏฐะทั้งหลาย เขาห่อพระสรีระพระเจ้าจักรพรรดิด้วยผ้าใหม่ แล้ว ซับด้วยสำลี แล้วห่อด้วยผ้าใหม่ โดยอุบายนี้ ห่อพระสรีระพระเจ้าจักรพรรดิด้วย ผ้า ๕๐๐ คู่แล้ว เชิญพระสรีระ ลงในรางเหล็กอันเต็มด้วยน้ำมัน ครอบด้วย รางเหล็กอื่น แล้วกระทำจิตกาธารด้วยไม้หอมล้วน ถวายพระเพลิงพระสรีระ พระเจ้าจักรพรรดิแล้ว สร้างสถูปของพระเจ้าจักรพรรดิไว้ที่หนทางใหญ่๔ แพร่ง เขาปฏิบัติในพระสรีระพระเจ้าจักรพรรดิด้วยประการฉะนี้แล พวกท่านพึงปฏิบัติใน พระสรีระพระตถาคต เหมือนที่เขาปฏิบัติในพระเจ้าจักรพรรดิ พึงสร้างสถูป ของพระตถาคตไว้ที่ หนทางใหญ่ ๔ แพร่ง ชนเหล่าใดจักยกขึ้นซึ่งมาลัยของหอมหรือ จุณ จักอภิวาท หรือจักยังจิต ให้เลื่อมใสในพระสถูปนั้น การกระทำเช่นนั้น จักเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข แก่ชนเหล่านั้นสิ้นกาลนาน ฯ ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราตรัสสั่งพวกบุรุษว่า ดูกรพนาย ถ้าอย่างนั้น พวกท่านจงเตรียมสำลีไว้ให้พร้อมเถิด พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินารา ห่อพระสรีระพระผู้มีพระภาค ด้วยผ้าใหม่ แล้วซับด้วยสำลี แล้วห่อด้วยผ้าใหม่ โดยอุบายนี้ ห่อพระสรีระพระผู้มีพระภาค ด้วยผ้า ๕๐๐ คู่ แล้วเชิญลงในรางเหล็ก อันเต็มด้วยน้ำมัน ครอบด้วยรางเหล็กอื่น แล้วกระทำ จิตกาธารด้วยไม้หอมล้วน แล้วจึงเชิญพระสรีระพระผู้มีพระภาคขึ้นสู่จิตกาธาร ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๒๓๓] จิตกนฺติ วีสรตนสติกํ จนฺทนจิตกํ. อาฬิมฺเปสฺสามาติ อคฺคึ คาหาเปสฺสาม. น สกฺโกนฺติ อาฬิมฺเปตุนฺติ อฏฺฐปิ โสฬสปิ ทวตฺตึสาปิ ชนา ชาลตฺถาย ยมกยมกอุกฺกาโย คเหตฺวา ตาลปณฺเณหิ ๑- วีชนฺตา ภสฺตาหิ ธมนฺตา ตานิ ตานิ การณานิ กโรนฺตาปิ น สกฺโกนฺติเยว อคฺคึ คาหาเปตุํ. เทวตานํ อธิปฺปาโยติ เอตฺถ ตา กิร เทวตา เถรสฺส อุปฏฺฐากเทวตาว. อสีติมหาสาวเกสุ หิ จิตฺตานิ ปสาเทตฺวา เตสํ อุปฏฺฐากานิ อสีติกุลสหสฺสานิ สคฺเค นิพฺพตฺตานิ. อถ ๒- เถเร จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตา เทวตา ตสฺมึ สมาคเม เถรํ อทิสฺวา "กุหึ นุโข อมฺหากํ กุลูปกตฺเถโร"ติ อนฺตรามคฺเค ปฏิปนฺนํ ทิสฺวา "อมฺหากํ กุลูปกตฺเถเรน อวนฺทิเต จิตโก มา ปชฺชลิตฺถา"ติ อธิฏฺฐหึสุ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
มนุสฺสา ตํ สุตฺวา "มหากสฺสโป กิร นาม โภ ภิกขุ ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ `ทสพลสฺส ปาเท วนฺทิสฺสามี'ติ อาคจฺฉติ. ตสฺมึ กิร อนาคเต จิตโก น ปชฺชลิสฺสติ. กีทิโส โภ โส ภิกฺขุ กาโฬ โอทาโต ทีโฆ รสฺโส, เอวรูเป นาม โภ ภิกฺขุมฺหิ ฐิเต กึ ทสพลสฺส ปรินิพฺพานํ นามา"ติ เกจิ คนฺธมาลาทิหตฺถา ปฏิปถํ คจฺฉึสุ. เกจิ วีถิโย วิจิตฺตา กตฺวา อาคมนมคฺคํ โอโลกยมานา อฏฺฐํสุ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๒๓๔] อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป, เยน กุสินารายํ ฯเปฯ สิรสา วนฺทีติ เถโร กิร จิตกํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อาวชฺเชนฺโตว สลฺลกฺเขสิ "อิมสฺมึ ฐาเน สีสํ, อิมสฺมึ ฐาเน ปาทา"ติ. ตโต ปาทานํ สมีเป ฐตฺวา อภิญฺญาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ๓- "อรสหสฺสปฏิมณฺฑิตจกฺกลกฺขณปติฏฺฐิตา ทสพลสฺส ปาทา สทฺธึ กปฺปาสปฏเลหิ ปญฺจ ทุสฺสยุคสตานิ สุวณฺณโทณึ จนฺทนจิตกญฺจ เทฺวธา กตฺวา มยฺหํ อุตฺตมงฺเค สิรสฺมึ ปติฏฺฐหนฺตู"ติ อธิฏฺฐาสิ.