อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๒๓๖] อสฺโสสิ โข ราชาติ กถํ อสฺโสสิ. ปฐมํเยว กิรสฺส อมจฺจา สุตฺวา จินฺตยึสุ "สตฺถา นาม ปรินิพฺพุโต, น โส สกฺกา ปุน อาหริตุํ. โปถุชฺชนิกสทฺธาย ปน อมฺหากํ รญฺญา สทิโส นตฺถิ, สเจ เอส อิมินาว นิยาเมน สุณิสฺสติ, หทยมสฺส ผลิสฺสติ. ราชา โข ปน อเมฺหหิ
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๕๖] สมัยนั้น มัลลปาโมกข์ ๔ องค์ สระสรงเกล้าแล้วทรงนุ่งผ้าใหม่ ด้วยตั้งใจว่า เราจักยังไฟให้ติดจิตกาธารของพระผู้มีพระภาค ก็มิอาจให้ติดได้ ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละเมือง กุสินาราได้ถามท่านพระอนุรุทธะว่า ข้าแต่ท่าน อนุรุทธะ อะไรหนอเป็นเหตุ อะไรหนอเป็นปัจจัย ที่ให้มัลลปาโมกข์ทั้ง ๔ องค์นี้ ผู้สระสรงเกล้าแล้ว ทรงนุ่งผ้าใหม่ ด้วยตั้งใจว่า เราจักยังไฟ ให้ติดจิตกาธาร ก็มิอาจให้ติดได้ ฯ อ. ดูกรวาสิฏฐะทั้งหลาย ความประสงค์ของพวกท่านอย่างหนึ่ง ของพวกเทวดา อย่างหนึ่ง ฯ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็ความประสงค์ของพวกเทวดาเป็นอย่างไร ฯ ดูกรวาสิฏฐะทั้งหลาย ความประสงค์ของพวกเทวดาว่า ท่านพระมหากัสสป นี้ พร้อม ด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป เดินทางไกลจากเมืองปาวามาสู่ เมืองกุสินารา จิตกาธาน ของพระผู้มีพระภาคจักยังไม่ลุกโพลงขึ้น จนกว่าท่าน พระมหากัสสปจะถวายบังคมพระบาททั้งสอง ของพระผู้มีพระภาคด้วยมือของตน ฯ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอให้เป็นไปตามความประสงค์ของพวกเทวดาเถิด ฯ ครั้งนั้น ท่านพระมหากัสสปเข้าไปถึงมกุฏพันธนเจดีย์ของพวกเจ้ามัลละ ในเมือง กุสินารา และถึงจิตกาธารของพระผู้มีพระภาค ครั้นแล้วกระทำจีวรเฉวียงบ่า ข้างหนึ่ง ประนมอัญชลี กระทำประทักษิณจิตกาธาร ๓ รอบ แล้วเปิดทางพระบาท ถวายบังคมพระบาททั้งสองของ พระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า แม้ภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านั้น ก็กระทำจีวรเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมอัญชลี กระทำประทักษิณ ๓ รอบ แล้วถวายบังคมพระบาททั้งสองของพระผู้มีพระภาค ด้วยเศียรเกล้า เมื่อท่านพระมหา กัสสปและภิกษุ ๕๐๐ รูปนั้นถวายบังคมแล้ว จิตกาธารของพระ ผู้มีพระภาคก็โพลง ขึ้นเอง เมื่อพระสรีระของพระผู้มีพระภาคถูกเพลิงไหม้อยู่ พระอวัยวะ ส่วนใด คือ พระฉวี พระจัมมะ พระมังสะ พระนหารู หรือพระลสิกา เถ้า เขม่า แห่งพระอวัยวะ ส่วนนั้น มิได้ปรากฏเลย เหลืออยู่แต่พระสรีระอย่างเดียว เมื่อ เนยใสและน้ำมันถูกไฟไหม้อยู่ เถ้า เขม่า มิได้ปรากฏ ฉันใด เมื่อพระสรีระของพระผู้มีพระภาคถูกเพลิงไหม้อยู่ พระอวัยวะ ส่วนใด คือ พระฉวี พระจัมมะ พระมังสะ พระนหารู หรือพระลสิกา เถ้า เขม่าแห่งพระ อวัยวะส่วนนั้น มิได้ ปรากฏเลย เหลืออยู่แต่พระสรีระอย่างเดียวฉันนั้นเหมือนกัน และบรรดา ผ้า ๕๐๐ คู่ เหล่านั้น ไฟไหม้เพียง ๒ ผืนเท่านั้น คือ ผืนในที่สุด กับผืนนอก เมื่อพระสรีระ พระผู้มีพระภาคถูกไฟไหม้แล้ว ท่อน้ำก็ไหลหลั่งมาจากอากาศดับจิตกาธารของ พระผู้มีพระภาค น้ำพุ่งขึ้นแม้จากไม้สาละ ดับจิตกาธารของพระผู้มีพระภาค พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินารา ดับจิต กาธารของพระผู้มีพระภาคด้วยน้ำหอมล้วนๆ ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินารากระทำสัตติ บัญชรในสัณฐาคารแวดล้อมด้วย ธนูปราการ สักการะ เคารพ นับถือ บูชาพระสรีระพระผู้มี พระภาคตลอดเจ็ดวัน ด้วยการฟ้อนรำ ด้วยการขับ ด้วยการประโคม ด้วยพวงมาลัย ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อเถโก อมจฺโจ อลงฺการํ โอมุญฺจิตฺวา เกเส ปกิริย ยาย ทิสาย สตฺถา ปรินิพฺพุโต, ตทภิมุโข หุตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห ราชานํ อาห "เทว มรณโต มุจฺจนกสตฺโต นาม นตฺถิ, อมฺหากํ อายุวฑฺฒโน เจติยฏฺฐานํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ อภิเสกปีฐโก ๑- โส ภควา สตฺถา กุสินารายํ ปรินิพฺพุโต"ติ. ราชา สุตฺวาว วิสญฺญี ชาโต จตุมธุรโทณิยา อุสุมํ มุญฺจิ. อถ นํ ตโต อุกขิปิตฺวา ทุติยาย โทณิยา นิปชฺชาเปสุํ. โส ปุน สญฺญํ ลภิตฺวา "ตาตา กึ วเทถา"ติ ปุจฺฉิ. "สตฺถา มหาราช ปรินิพฺพุโต"ติ. ราชา ปุนปิ วิสญฺญี ชาโต จตุมธุรโทณิยา อุสุมํ มุญฺจิ. อถ นํ ตโตปิ อุกฺขิปิตฺวา ตติยาย โทณิยา นิปชฺชาเปสุํ. โส ปุน สญฺญํ ลภิตฺวา "ตาตา กึ วเทถา"ติ ปุจฺฉิ. "สตฺถา มหาราช ปรินิพฺพุโต"ติ. ราชา ปุนปิ วิสญฺญี ชาโต, อถ นํ อุกฺขิปิตฺวา นฺหาเปตฺวา มตฺถเก ฆเฏหิ อุทกํ อาสิญฺจึสุ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ราชา สญฺญํ ลภิตฺวา อาสนา วุฏฺฐาย คนฺธปริภาวิเต มณิวณฺเณ เกเส วิกิริตฺวา สุวณฺณผลกวณฺณายํ ปิฏฺฐิยํ ปกิริตฺวา ปาณินา อุรํ ปหริตฺวา ปวาฬงฺกุรวณฺณาหิ สุวฏฺฏิตงฺคุลีหิ สุวณฺณพิมฺพิสกวณฺณํ อุรํ สํสิพฺพนฺโต ๒- วิย คเหตฺวา ปริเทวมาโน อุมฺมตฺตกเวเสน อนฺตรวีถิยํ โอติณฺโณ, โส อลงฺกต- นาฏกปริวุโต นครโต นิกฺขมฺม ชีวกมฺพวนํ คนฺตฺวา ยสฺมึ ฐาเน นิสินฺเนน ภควตา ธมฺโม เทสิโต, ตํ โอโลเกตฺวา "ภควา สพฺพญฺญู นนุ อิมสฺมึ ฐาเน นิสีทิตฺวา ธมฺมํ เทสยิตฺถ, โสกสลฺลํ เม วิโนทยิตฺถ, ตุเมฺห มยฺหํ โสกสลฺลํ นีหริตฺถ, อหํ ตุมฺหากํ ๓- สนฺติกํ อาคโต ๓- อิทานิ ปน เม ปฏิวจนํ ปิ น เทถ