อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อถ เนสํ สปฺปายธมฺมเทสนํ อุปธารยนฺโต "ราคจริตานํ เทวานํ สมฺมาปริพฺพาชนียสุตฺตํ, กเถสฺสามิ, โทสจริตานํ กลหวิวาทสุตฺตํ, โมหจริตานํ มหาพฺยูหสุตฺตํ, วิตกฺกจริตานํ จูฬพฺยูหสุตฺตํ, สทฺธาจริตานํ ตุวฏฺฏกปฏิปทํ, พุทฺธิจริตานํ ปุราเภทสุตฺตํ กเถสฺสามี"ติ เทสนํ ววตฺถเปตฺวา ปุน ตํ ปริสํ มนสากาสิ "อตฺตชฺฌาสเยน นุโข ชาเนยฺย, ปรชฺฌาสเยน อตฺถุปฺปตฺติเกน

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๓๙] ลำดับนั้น เทวดาอีกองค์หนึ่ง ได้กล่าวคาถานี้ ในสำนัก พระผู้มีพระภาคว่า ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ถึงพระพุทธเจ้าว่า เป็นสรณะ เขาจัก ไม่ไป อบายภูมิ ละกายมนุษย์แล้ว จักยังเทวกายให้บริบูรณ์ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓ ฉ.ม. เอตฺตกา โทสจริตา, เอตฺตกา โมหจริตา"ติ ปุจฺฉาวสิเกนา"ติ. ๑- ตโต "ปุจฺฉาวเสน ชาเนยฺยา"ติ ญตฺวา "อตฺถิ นุโข โกจิ เทวตานํ อชฺฌาสยํ คเหตฺวา จริตวเสน ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ สมตฺโถ"ติ "เตสุ ปญฺจสเตสุปิ ภิกฺขูสุ เอโกปิ น สกฺโกตี"ติ อทฺทส. ตโต อสีติ มหาสาวเก เทฺว อคฺคสาวเก จ สมนฺนาหริตฺวา "เตปิ น สกฺโกนฺตี"ติ ทิสฺวา จินฺเตสิ "สเจ ปจฺเจกพุทฺโธ ภเวยฺย, สกฺกุเณยฺย นุโข"ติ. "โสปิ น สกฺกุเณยฺยา"ติ ญตฺวา "สกฺกสุยามาทีสุ โกจิ สกฺกุเณยฺยา"ติ สมนฺนาหริ. สเจปิ หิ เตสุ โกจิ สกฺกุเณยฺย, ตํ ปุจฺฉาเปตฺวา อตฺตนา วิสชฺเชยฺย, น ปน เตสุปิ โกจิ สกฺโกติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อถสฺส เอตทโหสิ "มาทิโส พุทฺโธเยว สกฺกุเณยฺย, อตฺถิ ปน กตฺถจิ อญฺโญ พุทฺโธ"ติ อนนฺตาสุ โลกธาตูสุ อนนฺตญาณํ ปตฺถริตฺวา โอโลเกนฺโต น อญฺญํ พุทฺธํ อทฺทส. อนจฺฉริยํ เจตํ, ยํ อิทานิ อตฺตนา สมํ น ปสฺเสยฺย, โส ชาตทิวเสปิ พฺรหฺมชาลวณฺณนายํ วุตฺตนเยน อตฺตนา สมํ อปสฺสนฺโต "อคฺโคหมสฺมิ โลกสฺสา"ติ อปฺปฏิวตฺติยํ สีหนาทํ นทิ. เอวํ อญฺญํ อตฺตนา สมํ อปสฺสิตฺวา จินฺเตสิ "สเจ อหํ ปุจฺฉิตฺวา สยเมว ๒- วิสชฺเชยฺยํ, เอวํเปตา เทวตา น สกฺขิสฺสนฺติ ปฏิวิชฺฌิตุํ. อญฺญสฺมึ ปน พุทฺเธเยว ปุจฺฉนฺเต มยิ จ. วิสชฺเชนฺเต อจฺเฉรกํ ภวิสฺสติ, สกฺขิสฺสนฺติ จ เทวตา ปฏิวิชฺฌิตุํ, ตสฺมา นิมฺมิตพุทฺธํ มาเปสฺสามี"ติ อภิญฺญาปาทกํ ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย "ปตฺตจีวรคฺคหณํ อาโลกิตวิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตปสาริตํ จ มม สทิสํเยว โหตู"ติ กามาวจรจิตฺเตหิ ปริกมฺมํ กตฺวา ปาจีนยุคนฺธรปริกฺเขปโต อุลฺลงฺฆมานํ จนฺทมณฺฑลํ ภินฺทิตฺวา นิกฺขมนฺตํ วิย รูปาวจรจิตฺเตน อธิฏฺฐาสิ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๔๗๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. มหาสมัยสูตร”