อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เอตฺถ ตุตฺตํ วุจฺจติ กณฺณมูเล วิชฺฌนอยกณฺฏโก. โตมรนฺติ ปาทาทีสุ วิชฺฌนทณฺฑโตมรํ. องฺกุโสติ มตฺถเก วิชฺฌนกกุฏิลกณฺฏโก. โย จ นาโค ปภินฺนมตฺโต อจฺจงฺกุโส โหติ องฺกุสํ อตีโต, องฺกุเสน วิชฺฌิยมาโนปิ วสํ น คจฺฉติ, โส จ ๒- "ชิตํ มยา ตุตฺตโตมรํ, โยหํ องฺกุสสฺสาปิ วสํ น คจฺฉามี"ติ มททปฺเปน ๓- กิญฺจิ การณํ น พุชฺฌติ. ยถา โส อจฺจงฺกุโส นาโค "ชิตํ เม ตุตฺตโตมรนฺ"ติ กิญฺจิ การณํ นปฺปชานาติ, เอวํ อหํปิ ลกฺขณสมฺปนฺนอูรุตาย ลกฺขณูรุยา สมฺมตฺโต มตฺโต ปมตฺโต อุมฺมตฺโต วิย กิญฺจิ การณํ นปฺปชานามีติ วทติ. อถวา อจฺจงฺกุโสว นาโค อหํปิ สมมตฺโต ลกฺขณูรุยา กิญฺจิ ตโต วิราคการณํ นปฺปชานามิ. กสฺมา? ยสฺมา เตน นาเคน วิย ชิตํ เม ตุตฺตโตมรํ, น กสฺสจิ วทโต วจนํ อาทิยามิ.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๕๐] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อข้าพระองค์กล่าวอย่างนี้แล้ว นางภัททาสุริยวัจฉสา ได้กล่าวกะข้าพระองค์ว่า ดูกรท่านผู้นิรทุกข์ ฉันมิได้เห็น พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นในที่เฉพาะ พระพักตร์เลย เป็นแต่ฉันเคยได้ยินเมื่อ เข้าไปฟ้อนในสุธรรมาสภาของเทวดาชั้นดาวดึงส์เท่านั้น เมื่อท่านแสดงพระผู้มี พระภาคพระองค์นั้นได้แล้ว วันนี้จงมาร่วมสมาคมกับพวกเราเถิด ข้าแต่ พระองค์ ผู้เจริญ ข้าพระองค์ก็ได้ร่วมสมาคมกับนางนั้น หลังจากนั้น ข้าพระองค์มิได้พูด ฯ ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมเทพได้ทรงพระดำริว่า ปัญจสิขคันธรรพบุตร ได้ปราศรัยกับ พระผู้มีพระภาค และพระผู้มีพระภาคก็ทรงปราศรัยกับปัญจสิขคันธรรพบุตร ดังนี้แล้ว ตรัสเรียก ปัญจสิขคันธรรพบุตรมาตรัสว่า พ่อปัญจสิขะ พ่อ จงถวายบังคมพระผู้มีพระภาคตามคำของเราว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท้าวสักกะ จอมเทพ พร้อมด้วยอำมาตย์และบริษัท ขอถวายบังคมพระบาท ของพระผู้มีพระภาค ด้วยเศียรเกล้า ปัญจสิขคันธรรพบุตรทูลรับท้าวสักกะจอมเทพแล้วถวายบังคม พระผู้มีพระภาค แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท้าวสักกะจอมเทพ พร้อมด้วยอำมาตย์ และบริษัท ขอถวายบังคมพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรปัญจสิขะ ท้าวสักกะจอมเทพ พร้อมด้วย อำมาตย์และ บริษัท จงมีความสุขอย่างนั้นเถิด เพราะว่าพวกเทวดา มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ และชน เป็นอันมากเหล่าอื่นใด ซึ่งปรารถนาสุขมีอยู่ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตยิ คธิตจิตฺโตสฺมีติ ๔- ภทฺเท ลกฺขณูรุยา ตยิ ปฏิพทฺธจิตฺโตสฺมิ. คธิตจิตฺโตติ วา เคธํ อชฺฌุเปกฺขจิตฺโต. จิตฺตํ วิปริณามิตนฺติ ปกตึ ชหิตฺวา ฐิตํ. ปฏิคฺคนฺตุํ น สกฺโกมีติ นิวตฺติตุํ น สกฺโกมิ. วงฺกฆโสตฺว ๕- อมฺพุโชติ พลิสํ คิลิตฺวา ฐิตมจฺโฉ วิย. "ฆโส"ติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

วามูรูติ วามากาเรน สณฺฐิตอูรุ, กทฺทลิกฺขนฺธสทิสอูรูติ วา อตฺโถ. สชาติ อาลิงฺค. มนฺทโลจเนติ อิตฺถิโย น ติขิณํ นิชฺฌายนฺติ มนฺทํ อาโลเจนฺติ โอโลเกนฺติ, ตสฺมา "มนฺทโลจนา"ติ วุจฺจติ. ปลิสฺสชาติ สพฺพโต ภาเคน อาลิงฺค. เอตํ เม อภิปตฺถิตนฺติ ๖- เอตํ มยา อภิณฺหํ ปตฺถิตํ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อปฺปโก วต เม สนฺโตติ ปกติยาว มนฺโท สมาโน. เวลฺลิตเกสิยาติ เกสา มุญฺจิตฺวา ปิฏฺฐิยํ วิสฏฺฐกาเล สปฺโป วิย เวลฺลนฺตา คจฺฉนฺตา อสฺสาติ เวลฺลิตเกสี, ตสฺสา เวลฺลิตเกสิยา. อเนกภาโว ๗- สมุปฺปาทีติ อเนกวิโธ ชาโต. อเนกภาโคติปิ ปาโฐ. อรหนฺเตว ทกฺขิณาติ อรหนฺตมฺหิ ทินฺนทานํ วิย นานปฺปการโต ปภินฺโน.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๕๑๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สักกปัญหสูตร”