อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๒๕๗] ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ ก็ภิกษุปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่า ดำเนินปฏิปทา อันสมควรที่จะให้ถึงความดับส่วนแห่งสัญญา อันประกอบด้วย ปปัญจธรรม ฯ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพกล่าวโสมนัส โดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควร เสพก็มี ที่ไม่ควร เสพก็มี โทมนัสก็แยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควร เสพก็มี และอุเบกขาก็แยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควรเสพก็มี ดูกร จอมเทพ อาตมภาพกล่าวโสมนัสโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควร เสพก็มี ก็ที่กล่าวถึงโสมนัสดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยอะไร ในโสมนัส ทั้ง ๒ นั้น บุคคลพึงทราบโสมนัสอันใดว่า เมื่อเราเสพโสมนัสนี้ อกุศลธรรมเจริญขึ้น กุศล ธรรมเสื่อม โสมนัสเห็นปานนี้ ไม่ควรเสพ บุคคลพึงทราบโสมนัสอันใด ว่า เมื่อเราเสพ โสมนัสนี้ อกุศลธรรมเสื่อม กุศลธรรมเจริญขึ้น โสมนัสเห็น ปานนั้น ควรเสพ ในโสมนัส ทั้ง ๒ นั้น ถ้าโสมนัสอันใดมีวิตก มีวิจาร อันใด ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ใน ๒ อย่างนั้น โสมนัส ที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ประณีตกว่า ดูกรจอมเทพ อาตมภาพกล่าวโสมนัสโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ ควรเสพก็มี ฉะนี้แล ที่กล่าวถึงโสมนัสดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยข้อนี้ ฯ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพกล่าวโทมนัสโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควร เสพก็มี ที่กล่าวถึงโทมนัสดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยอะไร ในโทมนัสทั้ง ๒ นั้น บุคคลพึงทราบ โทมนัสอันใดว่า เมื่อเราเสพโทมนัสนี้ อกุศลธรรมเจริญขึ้น กุศลธรรมเสื่อม โทมนัสเห็นปานนี้ ไม่ควรเสพ บุคคลพึงทราบโทมนัสอันใดว่า เมื่อเราเสพโทมนัสนี้ อกุศลธรรมเสื่อม กุศลธรรม เจริญขึ้น โทมนัสเห็นปานนั้น ควรเสพ ในโทมนัสทั้ง ๒ นั้น ถ้าโทมนัสอันใด มีวิตก มี วิจาร อันใด ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ใน ๒ อย่างนั้น โทมนัสที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ประณีตกว่า ดูกร จอมเทพ อาตมภาพกล่าวโทมนัส โดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควร เสพก็มี ฉะนี้แล ที่กล่าวถึงโทมนัสดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยข้อนี้ ฯ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพกล่าวอุเบกขาโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควร เสพก็มี ที่กล่าวถึงอุเบกขา ดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยอะไร ในอุเบกขา ทั้ง ๒ นั้น บุคคลพึงทราบอุเบกขาอันใดว่า เมื่อเราเสพอุเบกขานี้ อกุศลธรรม เจริญขึ้น กุศลธรรมเสื่อม อุเบกขา เห็นปานนี้ ไม่ควรเสพ บุคคลพึงทราบอุเบกขา อันใดว่า เมื่อเราเสพอุเบกขานี้ อกุศลธรรม เสื่อม กุศลธรรมเจริญขึ้น อุเบกขา เห็นปานนี้ ควรเสพ ในอุเบกขาทั้ง ๒ นั้น ถ้าอุเบกขา อันใด มีวิตก มีวิจาร อันใดไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ใน ๒ อย่างนั้น อุเบกขาที่ไม่วิตก ไม่มี วิจาร ประ ณีตกว่า ดูกรจอมเทพ อาตมภาพกล่าวอุเบกขาแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ ควรเสพก็มี ฉะนี้แล ที่กล่าวถึงอุเบกขาดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยข้อนี้ ฯ ภิกษุผู้ปฏิบัติอย่างนี้แล จึงจะชื่อว่า ดำเนินปฏิปทาอันสมควรที่จะให้ถึง ความดับแห่ง ส่วนสัญญาอันประกอบด้วยปปัญจธรรม ฯ พระผู้มีพระภาคอันท้าวสักกะจอมเทพทูลถามปัญหาแล้ว ทรงพยากรณ์ด้วยประการฉะนี้ ฯ ท้าวสักกะจอมเทพทรงดีพระทัย ชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่ พระผู้มีพระภาค ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ข้าแต่พระสุคต ข้อนี้เป็น อย่างนั้น ในข้อนี้ ข้าพระองค์ ข้ามความสงสัยแล้ว ปราศจากถ้อยคำที่จะพูดว่า อย่างไรแล้ว เพราะได้ฟังการพยากรณ์ปัญหา ของพระผู้มีพระภาค ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อยํ ตุเมฺห กิมตฺถํ ปิสุเณสีติ. อมฺหากํ ปมตฺตกาเล อิทญฺจิทญฺจ ลภติ อปฺปมตฺตกาเล ตํ นตฺถิ, เอเตน การเณนาติ. ตาต อยํ หตฺถี นาม ติรจฺฉาโน, โสปิ ตุมฺหากํ คุณํ ชานาติ. อหํ มนุสฺโส หุตฺวาปิ น ชานามิ, ตุมฺหากํ วสนคามํ ตุมฺหากํเยว ปุน อหรณียํ พฺรหฺมเทยฺยํ กตฺวา เทมิ, อยํปิ หตฺถี ตุมฺหากํเยว โหติ, เปสุญฺญการโกปิ ตุมฺหากํเยว ทาโส โหตุ, อิโต ปฏฺฐาย มยฺหํปิ ปุญฺญํ ๒- กโรถาติ ธนํ ทตฺวา วิสชฺเชสิ. เต ธนํ คเหตฺวา วาเรน วาเรน หตฺถึ อารุยฺห คจฺฉนฺตา มนฺตยนฺติ "โภ ปุญฺญกมฺมํ นาม อนาคตภวตฺถาย กรณียํ, ๓- ตํ อมฺหากํ ปน อนฺโตอุทเก ปุปฺผิตํ นีลุปฺปลํ วิย อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปากํ เทติ. อิทานิ อติเรกํ ปุญฺญํ กริสฺสามา"ติ. กึ กโรมาติ. จตุมหาปเถ ถาวรํ กตฺวา มหาชนสฺส วิสฺสมนสาลํ กโรมาติ. ๔- อิตฺถีหิ ปน สทฺธึ อปตฺติกํ กตฺวา กริสฺสาม, อเมฺหสุ หิ "โจรา"ติ คเหตฺวา นียมาเนสุ อิตฺถีสุ ๕- เอกาปิ จินฺตามตฺตกํปิ อกตฺวา "สุพนฺธา ๖- สุคหิตา"ติ อุฏฺฐหิ, ๗- ตสฺมา ตาสํ ปตฺตึ น ทสฺสามาติ. เต อตฺตโน เคหานิ คนฺตฺวา หตฺถิโน เตตฺตึสปิณฺฑภตฺตํ ๘- เทนฺติ, เตตฺตึสติณมุฏฺฐิโย อารหนฺติ, ตํ สพฺพํ หตฺถิสฺส กุจฺฉิปูรํ ชาตํ. เต อรญฺญํ ปวิสิตฺวา รุกฺเข ฉินฺทนฺติ, ฉินฺนํ ฉินฺนํ หตฺถี อากฑฺฒิตฺวา สกฏปเถ ฐเปสิ, ๙- เต รุกฺเข ตจฺเฉตฺวา สาลาย กมฺมํ อารภึสุ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
มฆสฺส เคเห สุชาตา สุธมฺมา สุจิตฺตา สุนนฺทาติ จตสฺโส ภริยาโย อเหสุํ. สุธมฺมา วฑฺฒกึ ปุจฺฉติ "ตาต อิเม สหายา กาลสฺเสว คนฺตฺวา สายํ เอนฺติ, กึ กมฺมํ กโรนฺตี"ติ. สาลํ กโรนฺติ อมฺมาติ. ตาต มยฺหํปิ สาลาย ปตฺตึ กตฺวา เทหีติ. "อิตฺถีหิ อปตฺตึ กโรมา"ติ เอเต วทนฺตีติ. สา วฑฺฒกิสฺส อฏฺฐ กหาปเณ อทาสิ "หนฺท ตาต เยน เกนจิ อุปาเยน
อรรถกถาบาลี อักษรไทย