อรรถกถาบาลี อักษรไทย

มฆมาณโว สาลโต อวิทูเร ฐาเน โกวิฬารรุกฺขํ โรเปสิ, มูเล จสฺส ปาสาณผลกํ อตฺถริ. สุนนฺทา นามสฺส ภริยาปิ อวิทูเร โปกฺขรณึ ขณาเปสิ. สุจิตฺตา มาลาคจฺเฉ โรเปสิ. สพฺพเชฏฺฐกา ๓- ปน อาทาสํ คเหตฺวา อตฺตภาวํ มณฺฑยมานาว วิจรติ. มโฆ ตํ อาห "อยํ ๔- ภทฺเท สุธมฺมา สาลาย ปตฺติกา ชาตา, สุนนฺทา จ โปกฺขรณึ ขณาเปสิ, สุจิตฺตา จ มาลาคจฺเฉ โรเปสิ. ตว ปน ปุญฺญกมฺมํ นาม นตฺถิ, เอกํ ปุญฺญกมฺมํ ๕- กโรหิ ภทฺเทติ. สา "ตฺวํ ๖- กสฺส การณา กโรสิ, นนุ ตยา กตํ มยฺหเมวา"ติ วตฺวา อตฺตภาวมณฺฑนเมว อนุยุญฺชติ.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๕๘] ท้าวสักกะจอมเทพ ทรงชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของพระผู้มีพระภาคในปัญหา พยากรณ์ข้อนี้ ดังนี้แล้ว จึงได้ทูลถามปัญหากะพระผู้มีพระภาคยิ่งขึ้น ไปว่า ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ ก็ภิกษุปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าปฏิบัติแล้วเพื่อ ความสำรวมในปาติโมกข์ ฯ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพกล่าวกายสมาจารโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพ ก็มี ที่ไม่ควร เสพก็มี วจีสมาจารก็แยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควรเสพ ก็มี และการแสวงหาก็แยก เป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควรเสพก็มี ฯ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพกล่าวกายสมาจารโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพ ก็มี ที่ไม่ ควรเสพก็มี ก็ที่กล่าวถึงกายสมาจารดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยอะไร ใน กายสมาจารทั้ง ๒ นั้น บุคคล พึงทราบกายสมาจารอันใดว่า เมื่อเราเสพกายสมา จารนี้ อกุศลธรรมเจริญขึ้น กุศลธรรมเสื่อม กายสมาจารเห็นปานนี้ ไม่ควรเสพ บุคคลพึงทราบกายสมาจารอันใดว่า เมื่อเราเสพกายสมาจาร นี้ อกุศลธรรมเสื่อม กุศลธรรมเจริญขึ้น กายสมาจารเห็นปานนี้ ควรเสพ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพ กล่าวกายสมาจารโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควรเสพก็มี ฉะนี้แล ที่กล่าว ถึงกายสมาจารดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยข้อนี้ ฯ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพกล่าววจีสมาจารโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพ ก็มี ที่ไม่ควร เสพก็มี ก็ที่กล่าวถึงวจีสมาจารดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยอะไร ในวจี สมาจารทั้ง ๒ นั้น บุคคล พึงทราบวจีสมาจารอันใดว่า เมื่อเราเสพวจีสมาจารนี้ อกุศลธรรมเจริญขึ้น กุศลธรรมเสื่อม วจีสมาจารเห็นปานนี้ ไม่ควรเสพ บุคคล พึงทราบวจีสมาจารอันใดว่า เมื่อเราเสพวจีสมาจารนี้ อกุศลธรรมเสื่อม กุศลธรรม เจริญขึ้น วจีสมาจารเห็นปานนี้ ควรเสพ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพ กล่าววจีสมา จารโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควรเสพก็มี ฉะนี้แล ที่กล่าวถึง วจีสมาจารดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยข้อนี้ ฯ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพกล่าวการแสวงหาโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพ ก็มี ที่ไม่ ควรเสพก็มี ก็ที่กล่าวถึงการแสวงหาดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยอะไร ใน การแสวงหาทั้ง ๒ นั้น บุคคลพึงทราบการแสวงหาอันใดว่า เมื่อเราเสพการแสวง หานี้ อกุศลธรรมเจริญขึ้น กุศลธรรม เสื่อม การแสวงหาเห็นปานนี้ ไม่ควรเสพ บุคคลพึงทราบการแสวงหาอันใดว่า เมื่อเราเสพ การแสวงหานี้ อกุศลธรรมเสื่อม กุศลธรรมเจริญขึ้น การแสวงหาเห็นปานนี้ ควรเสพ ดูกร จอมเทพ อาตมภาพ กล่าวการแสวงหาโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควรเสพก็มี ฉะนี้แล ที่กล่าวถึงการแสวงหาดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยข้อนี้ ฯ ภิกษุผู้ปฏิบัติอย่างนี้แล จึงจะชื่อว่าปฏิบัติแล้วเพื่อสำรวมในปาติโมกข์ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

มโฆ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ตโต จุโต ตาวตึสภวเน สกฺโก หุตฺวา นิพฺพตฺติ, เตปิ เตตฺตึส คามิยมนุสฺสา กาลํ กตฺวา เตตฺตึส เทวปุตฺตา หุตฺวา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม.,อิ. อยํ ปาโฐ น ทิสฺสติ. ๕ ฉ.ม. ปุญฺญํ. ๖ อิ. อิทํ. ตสฺเสว สนฺติเก นิพฺพตฺตา. สกฺกสฺส เวชยนฺโต นาม ปาสาโท สตฺตโยชนสตานิ อุคฺคจฺฉิ, ธโช ตีณิ โยชนสตานิ อุคฺคจฺฉิ, โกวิฬารรุกฺขสฺส นิสฺสนฺเทน สมนฺตา ติโยชนสตปริมณฺฑโล ปญฺจทสโยชนปริณาหกฺขนฺโธ ปาริจฺฉตฺตโก นิพฺพตฺติ, ปาสาณผลกสฺส นิสฺสนฺเทน ปาริจฺฉตฺตกมูเล สฏฺฐิโยชนิกา ปณฺฑุกมฺพลสิลา นิพฺพตฺติ. สุธมฺมาย กณฺณิกรุกขสฺส นิสฺสนฺเทน ติโยชนสติกา สุธมฺมา เทวสภา นิพฺพตฺติ. สุนนฺทาย โปกฺขรณิยา นิสฺสนฺเทน ปญฺญาสโยชนา นนฺทา นาม โปกฺขรณี นิพฺพตฺติ. สุจิตฺตาย มาลาคจฺฉวตฺถุนิสฺสนฺเทน สฏฺฐิโยชนิกํ จิตฺตลตาวนํ นาม อุยฺยานํ นิพฺพตฺติ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๕๓๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สักกปัญหสูตร”