อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สกฺโก เทวราชา สุธมฺมาย เทวสภาย โยชนิเก สุวณฺณปลฺลงฺเก นิสินฺโน ติโยชนิเก เสตจฺฉตฺเต ธาริยมาเน เตหิ เทวปุตฺเตหิ ตาหิ เทวกญฺญาหิ อฑฺฒเตยฺยาหิ นาฏกโกฏีหิ ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวตาหิ จ ปริวาริโต มหาสมฺปตฺตึ โอโลเกนฺโต ตา ติสฺโส อิตฺถิโย ทิสฺวา "อิมา ตาว ปญฺญายนฺติ, สุชาตา กุหินฺ"ติ โอโลเกนฺโต "อยํ มม วจนํ อกตฺวา คิริกนฺทราย เอกา ๑- พกสกุณิกา หุตฺวา นิพฺพตฺตา"ติ ทิสฺวา เทวโลกโต โอตริตฺวา ตสฺสา สนฺติกํ คโต. สา ทิสฺวาว สญฺชานิตฺวา อโธมุขา ชาตา. "พาเล อิทานิ กึ สีสํ น อุกขิปสิ, ตฺวํ มม วจนํ อกตฺวา อตฺตภาวเมว มณฺฑยมานา วีตินาเมสิ, สุธมฺมมาย จ สุนนฺทาย จ สุจิตฺตาย จ มหา สมฺปตฺติ นิพฺพตฺตา, เอหิ อมฺหากํ สมฺปตฺตึ ปสฺสา"ติ เทวโลกํ เนตฺวา นนฺทาย โปกฺขรณิยา ปกฺขิปิตฺวา ปลฺลงฺเก นิสีทิ.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๕๘] ท้าวสักกะจอมเทพ ทรงชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของพระผู้มีพระภาคในปัญหา พยากรณ์ข้อนี้ ดังนี้แล้ว จึงได้ทูลถามปัญหากะพระผู้มีพระภาคยิ่งขึ้น ไปว่า ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ ก็ภิกษุปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าปฏิบัติแล้วเพื่อ ความสำรวมในปาติโมกข์ ฯ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพกล่าวกายสมาจารโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพ ก็มี ที่ไม่ควร เสพก็มี วจีสมาจารก็แยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควรเสพ ก็มี และการแสวงหาก็แยก เป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควรเสพก็มี ฯ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพกล่าวกายสมาจารโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพ ก็มี ที่ไม่ ควรเสพก็มี ก็ที่กล่าวถึงกายสมาจารดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยอะไร ใน กายสมาจารทั้ง ๒ นั้น บุคคล พึงทราบกายสมาจารอันใดว่า เมื่อเราเสพกายสมา จารนี้ อกุศลธรรมเจริญขึ้น กุศลธรรมเสื่อม กายสมาจารเห็นปานนี้ ไม่ควรเสพ บุคคลพึงทราบกายสมาจารอันใดว่า เมื่อเราเสพกายสมาจาร นี้ อกุศลธรรมเสื่อม กุศลธรรมเจริญขึ้น กายสมาจารเห็นปานนี้ ควรเสพ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพ กล่าวกายสมาจารโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควรเสพก็มี ฉะนี้แล ที่กล่าว ถึงกายสมาจารดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยข้อนี้ ฯ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพกล่าววจีสมาจารโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพ ก็มี ที่ไม่ควร เสพก็มี ก็ที่กล่าวถึงวจีสมาจารดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยอะไร ในวจี สมาจารทั้ง ๒ นั้น บุคคล พึงทราบวจีสมาจารอันใดว่า เมื่อเราเสพวจีสมาจารนี้ อกุศลธรรมเจริญขึ้น กุศลธรรมเสื่อม วจีสมาจารเห็นปานนี้ ไม่ควรเสพ บุคคล พึงทราบวจีสมาจารอันใดว่า เมื่อเราเสพวจีสมาจารนี้ อกุศลธรรมเสื่อม กุศลธรรม เจริญขึ้น วจีสมาจารเห็นปานนี้ ควรเสพ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพ กล่าววจีสมา จารโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควรเสพก็มี ฉะนี้แล ที่กล่าวถึง วจีสมาจารดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยข้อนี้ ฯ ดูกรจอมเทพ อาตมภาพกล่าวการแสวงหาโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพ ก็มี ที่ไม่ ควรเสพก็มี ก็ที่กล่าวถึงการแสวงหาดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยอะไร ใน การแสวงหาทั้ง ๒ นั้น บุคคลพึงทราบการแสวงหาอันใดว่า เมื่อเราเสพการแสวง หานี้ อกุศลธรรมเจริญขึ้น กุศลธรรม เสื่อม การแสวงหาเห็นปานนี้ ไม่ควรเสพ บุคคลพึงทราบการแสวงหาอันใดว่า เมื่อเราเสพ การแสวงหานี้ อกุศลธรรมเสื่อม กุศลธรรมเจริญขึ้น การแสวงหาเห็นปานนี้ ควรเสพ ดูกร จอมเทพ อาตมภาพ กล่าวการแสวงหาโดยแยกเป็น ๒ คือ ที่ควรเสพก็มี ที่ไม่ควรเสพก็มี ฉะนี้แล ที่กล่าวถึงการแสวงหาดังนี้ กล่าวเพราะอาศัยข้อนี้ ฯ ภิกษุผู้ปฏิบัติอย่างนี้แล จึงจะชื่อว่าปฏิบัติแล้วเพื่อสำรวมในปาติโมกข์ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

นาฏกิตฺถิโย "กุหึ คตตฺถ มหาราชา"ติ ปุจฺฉึสุ. โส อนาโรเจตุกาโมปิ ตาหิ นิปฺปีฬิยมาโน "สุชาตาย สนฺติกนฺ"ติ อาห. กุหึ นิพฺพตฺตา มหาราชาติ. กนฺทรปาเทติ. อิทานิ กุหินฺติ. นนฺทาโปกฺขรณิยํ เม วิสชฺชิตาติ. เอถ โภ อมฺหากํ อยฺยํ ปสฺสามาติ สพฺพา ตตฺถ อคมํสุ. สา ปุพฺเพ สพฺพเชฏฺฐกา หุตฺวา ชาตา ๒- อวมญฺญิตฺถ, อิทานิ ตาปิ ตํ ทิสฺวา "ปสฺสถ โภ อมฺหากํ อยฺยาย มุขํ กกฺกฏกวิชฺฌนสูลสทิสนฺ"ติ อาทีนิ วทนฺติโย เกฬึ อกํสุ. สา อติวิย อฏฺฏิยมานา สกฺกํ เทวราชานํ อาห "มหาราช อิมานิ สุวณฺณรชตวิมานานิ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สกฺโก กติปาหสฺส อจฺจเยน "สกฺกา นุ โข สีลํ รกฺขิตุนฺ"ติ คนฺตฺวา มจฺฉรูเปน อุตฺตานโก หุตฺวา ตสฺสา ปุรโต อุทกปิฏฺเฐ โอตรติ, สา "มตมจฺฉโก ภวิสฺสตี"ติ คนฺตฺวา สีเส อคฺคเหสิ, มจฺโฉ นงฺคุฏฺฐํ จาเลสิ, สา "ชีวติ มญฺเญ"ติ อุทเก วิสชฺเชสิ. สกฺโก อากาเส ฐตฺวา "สาธุ สาธุ รกฺขสิ สิกฺขาปทํ, เอวํ ตํ รกฺขมานํ กติปาเหเนว เทวนาฏฺกานํ เชฏฺฐกํ กริสฺสามี"ติ อาห. ตสฺสาปิ ปญฺจ วสฺสสตานิ อายุ อโหสิ. เอกทิวสํปิ อุทรปูรํ นาลตฺถ, ๑- สุกฺขิตฺวา ปริสุกฺขิตฺวา มิลายมานาปิ สีลํ อขณฺฑํ กตฺวา กาลํ กตฺวา พาราณสิยํ กุมฺภการเคเห นิพฺพตฺติ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๕๓๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สักกปัญหสูตร”