อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อปิจ ตสฺมึ ชนปเท จตสฺโส ปริสา ปกติยาว สติปฏฺฐาน- ภาวนานุโยคมนุยุตฺตา วิหรนฺติ, อนฺตมโส ทาสกมฺมกราปิ สติปฏฺฐานปฏิสํยุตฺตเมว กถํ กเถนฺติ. อุทกติตฺถสุตฺตกนฺตนฏฺฐานาทีสุปิ นิรตฺถกกถา นาม นปฺปวตฺตติ. สเจ กาจิ อิตฺถี "อมฺม ตฺวํ กตรํ สติปฏฺฐานํ ๑- มนสิกโรสี"ติ ปุจฺฉิตา "น กิญฺจี"ติ วทติ, ตํ ครหนฺติ "ธิรตฺถุ ตว ชีวิตํ, ชีวมานาปิ ตฺวํ มตสทิสา"ติ. อถ นํ "มาทานิ ปุน เอวมกาสี"ติ โอวทิตฺวา อญฺญตรํ สติปฏฺฐานํ อุคฺคณฺหาเปนฺติ. ยา ปน "อหํ อสุกํ สติปฏฺฐานํ นาม มนสิกโรมี"ติ วทติ, ตสฺสา "สาธุ สาธู"ติ สาธุการํ ทตฺวา ๒- "สุชีวิตํ ตว ชีวิตํ, ตฺวํ นาม มนุสฺสตฺตํ
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๒๗๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในกุรุชนบท มีนิคมของชาวกุรุ ชื่อว่า กัมมา สทัมมะ ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้น ทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสพระพุทธภาษิตนี้ว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย หนทางนี้เป็นที่ไปอันเอก เพื่อ วามบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงความโศกและ ปริเทวะ เพื่อความดับสูญ แห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุธรรมที่ถูกต้อง เพื่อทำให้แจ้งซึ่ง พระนิพพาน หนทางนี้ คือ สติปัฏฐาน ๔ ประการ ๔ ประการ เป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌา และโทมนัสในโลกเสียได้ ๑ พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ๑ พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและ โทมนัสในโลกเสียได้ ๑ พิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ๑ ฯ จบอุทเทสวารกถา
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ตตฺรีทํ วตฺถุ:- เอโก กิร นฏโก สุวโปตกํ คเหตฺวา สิกฺขาเปนฺโต วิจรติ. โส ภิกฺขุนูปสฺสยํ อุปนิสฺสาย วสิตฺวา คมนกาเล สุวโปตกํ ปมฺมุสฺสิตฺวา คโต. ตํ สามเณริโย คเหตฺวา ปฏิชคฺคึสุ. พุทฺธรกฺขิโตติสฺส นามํ อกํสุ. ตํ เอกทิวสํ ปุรโต นิสินฺนํ ทิสฺวา มหาเถรี อาห "พุทฺธรกฺขิตา"ติ. กึ อยฺเยติ. อตฺถิ เต โกจิ ภาวนามนสิกาโรติ. นตฺถิ อยฺเยติ. อาวุโส ปพฺพชิตานํ สนฺติเก วสนฺเตน นาม วิสฏฺฐอตฺตภาเวน วสิตุํ น วฏฺฏติ, โกจิเทว มนสิกาโร อิจฺฉิตพฺโพ, ตฺวํ ปน อญฺญํ น สกฺขิสฺสสิ, "อฏฺฐิ อฏฺฐี"ติ สชฺฌายํ กโรหีติ. โส เถริยา โอวาเท ฐตฺวา "อฏฺฐิ อฏฺฐี"ติ สชฺฌายํ กโรนฺโต จรติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ตํ เอกทิวสํ ปาโตว โตรณคฺเค นิสีทิตฺวา พาลาตปํ ตปฺปมานํ เอกา ๑- สกุณคฺฆี ๑- นขปญฺชเรน อคฺคเหสิ. โส "กิริ กิรี"ติ สทฺทมกาสิ. สามเณริโย สุตฺวา "อยฺเย พุทฺธรกฺขิโต สกุเณน คหิโต, โมเจม นนฺ"ติ เลฑฺฑุอาทีนิ คเหตฺวา อนุพนฺธิตฺวา โมเจสุํ. ตํ อาเนตฺวา ปุรโต ฐปิตํ เถรี อาห "พุทฺธรกฺขิต สกุเณน คหิตกาเล กึ จินฺเตสี"ติ. อยฺเย อหํ น กิญฺจิ จินฺเตมิ, ๒- อฏฺฐิปุญฺโชว อฏฺฐิปุญฺชํ คเหตฺวา คจฺฉติ, กตรสฺมึ ฐาเน วิปฺปกิริสฺสตีติ เอวํ อยฺเย อฏฺฐิปุญฺชเมว จินฺเตสินฺติ. สาธุ สาธุ พุทฺธรกฺขิต อนาคเต ภวกฺขยสฺส เต ปจฺจโย ภวิสฺสตีติ. เอวํ ตตฺถ ติรจฺฉานคตาปิ สติปฏฺฐานมนุยุตฺตา. ๔- ตสฺมา เนสํ ภควา สติปฏฺฐานวุฑฺฒิเมว ๕- ชานนฺโต อิทํ สุตฺตํ อภาสิ.