อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อายตนปพฺพวณฺณนา

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๙๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรม คือโพชฌงค์ ๗ ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรมคือโพชฌงค์ ๗ อย่างไรเล่า ภิกษุ ในธรรมวินัยนี้ เมื่อสติสัมโพชฌงค์มีอยู่ ณ ภายในจิต ย่อมรู้ชัดว่า สติสัมโพชฌงค์มีอยู่ ณ ภายในจิตของเรา หรือ เมื่อสติสัมโพชฌงค์ไม่มีอยู่ ณ ภาย ในจิต ย่อมรู้ชัดว่า สติสัมโพชฌงค์ไม่มีอยู่ ณ ภายในจิตของเรา อนึ่ง สติ สัมโพชฌงค์ที่ยังไม่เกิดจะเกิดขึ้นด้วยประการใด ย่อมรู้ชัดประการนั้นด้วย สติ สัมโพชฌงค์ที่เกิดขึ้นแล้ว จะเจริญบริบูรณ์ด้วยประการใด ย่อมรู้ชัดประการนั้น ด้วย อีกอย่าง หนึ่ง เมื่อธัมมวิจยสัมโพชฌงค์มีอยู่ ณ ภายในจิต ฯลฯ อีกอย่างหนึ่ง เมื่อวิริยสัมโพชฌงค์มีอยู่ ณ ภายในจิต ฯลฯ อีกอย่างหนึ่ง เมื่อปีติสัมโพชฌงค์ มีอยู่ ณ ภายในจิต ฯลฯ อีกอย่างหนึ่ง ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์มีอยู่ ณ ภาย ในจิต ฯลฯ อีกอย่างหนึ่ง เมื่อสมาธิสัมโพชฌงค์มีอยู่ ณ ภาย ในจิต ฯลฯ อีกอย่างหนึ่ง เมื่ออุเบกขาสัมโพชฌงค์มีอยู่ ณ ภายในจิต ย่อมรู้ชัดว่า อุเบกขา สัมโพชฌงค์มีอยู่ ณ ภายในจิตของเรา หรือเมื่ออุเบกขาสัมโพชฌงค์ไม่มีอยู่ ณ ภายในจิต ย่อม รู้ชัดว่า อุเบกขาสัมโพชฌงค์ไม่มีอยู่ ณ ภายในจิตของเรา อนึ่ง อุเบกขาสัมโพชฌงค์ที่ยังไม่เกิด จะเกิดขึ้นด้วยประการใด ย่อมรู้ชัดประการนั้นด้วย อุเบกขาสัมโพชฌงค์ที่เกิดขึ้นแล้ว จะเจริญ บริบูรณ์ด้วยประการใด ย่อมรู้ชัด ประการนั้นด้วย ดังพรรณนาฉะนี้ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นธรรม ในธรรมภายในบ้าง พิจารณาเห็นธรรมในธรรมภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งภายใน ทั้ง ภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในธรรมบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือ ความเสื่อม ในธรรมบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นและความเสื่อมใน ธรรมบ้าง ย่อมอยู่ อีกอย่าง หนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า ธรรมมีอยู่ ก็เพียง สักว่าความรู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฐิไม่อาศัย อยู่แล้ว และไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุ ชื่อว่าพิจารณาเห็นธรรมในธรรมคือโพชฌงค์ ๗ อยู่ ฯ จบโพชฌงคบรรพ จบภาณวารที่หนึ่ง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๓๘๔] เอวํ ปญฺจกฺขนฺธวเสน ธมฺมานุปสฺสนํ วิภชิตฺวา อิทานิ อายตนวเสน วิภชิตุํ ปุน จปรนฺติ อาทิมาห. ตตฺถ ฉสุ อชฺฌตฺติกพาหิเรสุ อายตเนสูติ จกฺขุํ โสตํ ฆานํ ชิวฺหา กาโย มโนติ อิเมสุ ฉสุ อชฺฌตฺติเกสุ, รูปํ สทฺโท คนฺโธ รโส โผฏฺฐพฺโพ ธมฺโมติ อิเมสุ ฉสุ พาหิเรสุ. จกฺขุญฺจ ปชานาตีติ จกฺขุปสาทํ ยาถาวสรสลกฺขณวเสน ปชานาติ. รูเป จ ปชานาตีติ พหิทฺธา จตุสมุฏฺฐานิกรูเป จ ยาถาวสรสลกฺขณวเสน ปชานาติ. ยญฺจ ตทุภยํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สญฺโญชนนฺติ ๑- ยํ จ ตํ จกฺขุญฺเจว รูเป จาติ อุภยํ ปฏิจฺจ กามราคสญฺโญชนํปฏิฆมานทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสีลพฺพตปรามาสภวราคอิสฺสามจฺฉริย- อวิชฺชาสญฺโญชนนฺติ ทสวิธํ สญฺโญชนํ อุปฺปชฺชติ, ตญฺจ ยาถาวสรสลกฺขณวเสน ปชานาติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กถํ ปเนตํ อุปฺปชฺชตีติ? จกฺขุทฺวาเร ตาว อาปาถคตํ อิฏฺฐารมฺมณํ กามสฺสาทวเสน อสฺสาทยโต อภินนฺทโต กามราคสญฺโญชนํ อุปฺปชฺชติ. อนิฏฺฐารมฺมเณ กุชฺฌโต ปฏิฆสญฺโญชนํ อุปฺปชฺชติ. "ฐเปตฺวา มํ น ๒- อญฺโญ โกจิ เอตํ อารมฺมณํ วิภาเวตุํ สมตฺโถ อตฺถี"ติ มญฺญโต มานสญฺโญชนํ อุปฺปชฺชติ. เอตํ รูปารมฺมณํ นิจฺจํ ธุวนฺติ คณฺหโต ทิฏฺฐิสญฺโญชนํ อุปฺปชฺชติ. "เอตํ รูปารมฺมณํ สตฺโต นุ โข, สตฺตสฺส นุ โข"ติ วิจิกิจฺฉโต วิจิกิจฺฉาสญฺโญชนํ อุปฺปชฺชติ. "สมฺปตฺติภเว วต โน อิทํ สุลภํ ชาตนฺ"ติ ภวํ ปตฺเถนฺตสฺส ภวราคสญฺโญชนํ อุปฺปชฺชติ. "อายตึปิ เอวรูปํ สีลพฺพตํ สมาทิยิตฺวา สกฺกา ลทฺธุนฺ"ติ สีลพฺพตํ สมาทิยนฺตสฺส สีลพฺพตปรามาสสญฺโญชนํ อุปฺปชฺชติ. "อโห วเตตํ รูปารมฺมณํ อญฺเญ น ลเภยฺยุนฺ"ติ อุสฺสุยฺยโต อิสฺสาสญฺโญชนํ อุปฺปชฺชติ. อตฺตนา ลทฺธํ รูปารมฺมณํ อญฺญสฺส มจฺฉรายโต มจฺฉริยสญฺโญชนํ อุปฺปชฺชติ. สพฺเพเหว สหชาตอญฺญาณวเสน อวิชฺชานโต ๓- อวิชฺชาสญฺโญชนํ อุปฺปชฺชติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ยถา จ อนุปฺปนฺนสฺสาติ เยน การเณน อสมุทาจารวเสน อนุปฺปนฺนสฺส ตสฺส ทสวิธสฺสาปิ สญฺโญชนสฺส อุปฺปาโท โหติ, ตญฺจ การณํ ปชานาติ. ยถา จ อุปฺปนฺนสฺสาติ อปฺปหีนฏฺเฐน ปน สมุทาจารวเสน วา อุปฺปนฺนสฺส ตสฺส ทสวิธสฺสาปิ สญฺโญชนสฺส เยน การเณน ปหานํ โหติ, ตญฺจ การณํ

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๖๓๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. มหาสติปัฏฐานสูตร”