อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๔๓๒] มม จ สูกรภตฺตนฺติ มม จ สูกรานํ อิทํ ภตฺตํ. อุคฺฆรนฺตนฺติ อุปริ ฆรนฺตํ. ปคฺฆรนฺตนฺติ เหฏฺฐา ปริสฺสวนฺตํ. ตุเมฺห เขฺวตฺถ ภเณติ ตุเมฺห โย เอตฺถ ภเณ. อยเมว วา ปาโฐ. ตถาหิ ปน เม สูกรภตฺตนฺติ ตถาหิ ปน เม อยํ คูโถ สูกรานํ ภตฺตํ.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๓๒๓] ดูกรบพิตร ถ้าเช่นนั้น อาตมภาพจักยกอุปมาถวายบพิตร บุรุษผู้เป็น วิญญูชนในโลกนี้บางพวก ย่อมทราบเนื้อความของคำพูดด้วยอุปมา ดูกร บพิตร เรื่องเคยมีมา แล้ว นักเลงสกาสองคนเล่นสกากัน คนหนึ่งกลืนกินเบี้ยแพ้ ที่แล้วๆ มาเสีย นักเลงสกาคน ที่สองได้เห็นนักเลงสกานั้นกลืนกินเบี้ยแพ้ที่แล้วๆ มา ครั้นแล้วได้พูดว่า ดูกรสหาย ท่านชนะข้างเดียว ท่านจงให้ลูกสกาแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจักเซ่นบูชา นักเลงสกาคนนั้นรับคำแล้ว จึง มอบลูกสกาให้นักเลงสกานั้น ลำดับนั้น นักเลงสกา [คนที่สอง] เอายาพิษทาลูกสกาแล้วพูด กะนักเลงสกา [คนที่หนึ่ง] ว่า มาเถิดสหาย เรามาเล่นสกากัน นักเลงสกา [คนที่หนึ่ง] รับคำ นักเลงสกา [คนที่สอง] แล้ว นักเลงสกาเหล่านั้นเล่นสกากันเป็นครั้งที่สอง แม้ในครั้ง ที่สองนักเลงสกา [คนที่หนึ่ง] ก็กลืนกินเบี้ยแพ้ที่แล้วๆ มาเสีย นักเลง สกาคนที่สอง ได้เห็น นักเลงสกาคนกลืนกินเบี้ยแพ้ที่แล้วๆ มา แม้ครั้งที่ สอง ครั้นแล้วได้พูดว่า

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๔๓๔] อาคตาคตํ กลินฺติ อาคตาคตํ ปราชยคุลํ คิลติ. ปโชหิสฺสามีติ ปโชหนํ กริสฺสามิ, พลิกมฺมํ กริสฺสามีติ อตฺโถ. อกฺเขหิ ทิพฺพิสฺสามาติ คุเลหิ กีฬิสฺสาม. ปาสเกหิ ๑- กีฬิสฺสาม. ๑- ลิตฺตํ ปรเมน เตชสาติ ปรมเตเชน วิเสน ลิตฺตํ.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๓๒๔] บุรุษกลืนกินลูกสกาซึ่งอาบด้วยยาพิษ มีฤทธิ์กล้ายังหารู้ สึกไม่ นักเลงชั่วเลวผู้น่าสงสารกลืนยาพิษเข้าไป ความเร่าร้อนจักมีแก่ท่าน ดังนี้ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๔๓๖] คามปชฺชนฺติ ๒- วุฏฺฐิตคามเทโส วุจฺจติ. "คามปทนฺ"ติปิ ปาโฐ, อยเมว อตฺโถ. สาณภารนฺติ สาณวากภารํ. สุสนฺนทฺโธติ สุพทฺโธ. ตฺวํ ปชานาหีติ ตฺวํ ปชาน, สเจ คณฺหิตุกาโมสิ, คณฺหาหีติ วุตฺตํ โหติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

โขมนฺติ โขมวากํ. อยสนฺติ ๓- กาฬโลหํ. โลหนฺติ ตมฺพโลหํ. สชฺฌุนฺติ ๔- รชตํ. สุวณฺณนฺติ สุวณฺณมาสกํ. อภินนฺทึสูติ ตุสึสุ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๖๗๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. ปายาสิราชัญญสูตร”