อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สีหหนูติ สีหสฺเสว หนุ อสฺสาติ สีหหนุ. ตตฺถ สีหสฺส เหฏฺฐิมหนุเมว ปริปุณฺณํ โหติ, น อุปริมํ. มหาปุริสสฺส ปน สีหสฺส เหฏฺฐิมํ วิย เทฺวปิ ปริปุณฺณานิ ทฺวาทสิยา ปกฺขสฺส จนฺทสทิสานิ โหนฺติ. อถ เนมิตฺตกา หนุปริยนฺตํ โอโลเกนฺตาว อิเมสุ หนุเกสุ เหฏฺฐิเม วีสติ อุปริเม วีสตีติ จตฺตาลีส ทนฺตา สมา อวิรฬา ปติฏฺฐหิสฺสนฺตีติ สลฺลกฺเขตฺวา อยํ หิ เทว กุมาโร จตฺตาลีสทนฺโต โหตีติอาทิมาหํสุ. ตตฺรายมตฺโถ, อญฺเญสํ หิ ปริปุณฺณทนฺตานํปิ ทฺวตฺตึส ทนฺตา โหนฺติ. อิมสฺส ปน จตฺตาลีสํ ภวิสฺสนฺติ. อญฺเญสญฺจ เกจิ ทนฺตา อุจฺจา เกจิ นีจา เกจิ วิสมา โหนฺติ, อิมสฺส ปน อยปฏเกน ๑- ฉินฺนสงฺขปฏฺลํ วิย สมา ภวิสฺสนฺติ. อญฺเญสํ กุมฺภิรานํ วิย ทนฺตา วิรฬา โหนฺติ, มจฺฉมํสานิ ขาทนฺตานํ ทนฺตนฺตรํ ปูรติ ๒-. อิมสฺส ปน กนกผลกาย สมุสฺสิตวชิรปนฺตี วิย อวิรฬา ๓- ตุลิกาย ทสฺสิตปริจฺเฉทา วิย ทนฺตา ภวิสฺสนฺติ. อญฺเญสญฺจ ปูติทนฺตา อุฏฺฐหนฺติ. เตน กาจิ ทาฐา กาฬาปิ วิวณฺณาปิ โหนฺติ. อยํ ปน สุฏฺฐุ สุกฺกทาโฐ โอสธิตารกํปิ อติกฺกมฺม วิโรจมานาย ปภาย สมนฺนาคตทาโฐ ภวิสฺสติ.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๓๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พระเจ้าพันธุมารับสั่งหานายสารถี มาตรัส ถามว่า นายสารถีผู้สหาย ราชกุมารได้อภิรมย์ ในภูมิภาคแห่งสวนแลหรือ นายสารถีผู้สหาย ราชกุมารพอพระทัย ในภูมิภาคแห่งสวนแลหรือ นายสารถี กราบทูลว่า ขอเดชะ พระราชกุมาร มิได้ทรงอภิรมย์ในภูมิภาคแห่งพระอุทยาน ขอเดชะ พระราชกุมารมิได้ทรงพอพระทัยในภูมิภาค แห่งพระอุทยาน ดังนี้ ตรัส ถามต่อไปว่า ดูกรนายสารถีผู้สหาย ก็ราชกุมารขณะเมื่อเสด็จประพาส สวนได้ ทอดพระเนตรอะไรเข้า ฯ นายสารถีได้กราบทูลว่า ขอเดชะ พระราชกุมารขณะเมื่อเสด็จประพาส พระอุทยาน ได้ทอดพระเนตรชายชรามีซี่โครงคดเหมือนกลอน หลังงอ ถือไม้เท้า เดินงกๆ เงิ่นๆ กระสับ กระส่าย หมดความหนุ่มแน่น ครั้นได้ทอดพระเนตร แล้ว ได้มีรับสั่งถามข้าพระพุทธเจ้าว่า นายสารถีผู้สหาย ก็ชายผู้นี้ถูกใครทำอะ ให้ แม้ผมของเขาก็ไม่เหมือนของคนอื่นๆ แม้ ร่างกายของเขาก็ไม่เหมือนของ คนอื่นๆ เมื่อข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลว่า ขอเดชะ นี้แล เรียกว่าคนชรา พระองค์ ได้ตรัสถามย้ำว่า นายสารถีผู้สหาย นี้หรือเรียกว่า คนชรา เมื่อข้าพระพุทธเจ้า กราบทูลว่า ขอเดชะ นี้แลเรียกว่าคนชรา บัดนี้เขาจักพึงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน พระราชกุมารได้ ตรัสถามว่า นายสารถีผู้สหาย ถึงตัวเราก็จะต้องมีความแก่เป็น ธรรมดาไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้ หรือ เมื่อข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลว่า ขอเดชะ พระองค์และข้าพระพุทธเจ้าล้วนแต่จะต้องมี ความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้ พระองค์ตรัสสั่งว่า นายสารถีผู้สหาย ถ้าเช่นนั้น วันนี้พอแล้วสำหรับ ภูมิภาคแห่งสวน เธอจงนำเรากลับไปภายในบุรีจากสวนนี้ ขอเดชะ ข้าพระ พุทธเจ้า รับรับสั่งของพระวิปัสสีราชกุมาร แล้วได้นำเสด็จกลับไปภายในบุรีจากพระอุทยานนั้น ขอเดชะ พระราชกุมารนั้นแล เสด็จถึงภายในบุรีแล้ว ทรงเป็นทุกข์เศร้าพระทัย ทรงพระดำริว่า ผู้เจริญทั้งหลาย ได้ยินว่า ขึ้นชื่อว่าความเกิดเป็นของ น่ารังเกียจ เพราะธรรมดาว่า เมื่อความเกิด มีอยู่ ความแก่จักปรากฏแก่ผู้ที่เกิด มาแล้ว ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พระเจ้าพันธุมา ทรงพระดำริว่า วิปัสสี ราชกุมาร อย่าไม่เสวยราชย์เสียเลย วิปัสสีราชกุมารอย่าออกผนวชเป็นบรรพชิตเลย ถ้อยคำของเนมิตต พราหมณ์อย่าพึงเป็นความจริงเลย ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พระเจ้าพันธุมารับสั่งให้บำรุงบำเรอพระวิปัสสีราช กุมารด้วยกามคุณ ๕ ยิ่งกว่าแต่ก่อน โดยอาการที่จะให้พระวิปัสสี ราชกุมารเสวยราชย์ โดยอาการ ที่จะไม่ให้พระวิปัสสีราชกุมารเสด็จออกผนวช เป็นบรรพชิต โดยอาการที่จะให้ถ้อยคำของเนมิตต พราหมณ์เป็นผิด ภิกษุทั้งหลาย ได้ยินว่า ครั้งนั้น พระวิปัสสีราชกุมารเพียบพร้อมพรั่งพร้อมด้วย กามคุณ ๕ ได้รับ การบำรุงบำเรออยู่ ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ปหูตชิโวฺหติ ปุถุลชิโวฺห. อญฺเญสํ ชิวฺหา ถูลาปิ โหนฺติ กีสาปิ รสฺสาปิ ถทฺธาปิ วิสมาปิ, มหาปุริสสฺส ปน ชิวฺหา มุทุ ทีฆา ปุถุลา วณฺณสมฺปนฺนา โหติ. โส หิ ตํ ลกฺขณํ ปริเยสิตุํ อาคตานํ กงฺขาวิโนทนตฺถํ มุทุกตฺตา ตํ ชิวฺหํ กฐินสุจึ วิย วฏฺเฏตฺวา อุโภ นาสิกโสตานิ ปริมสติ, ๔- ทีฆตฺตา อุโภ กณฺณโสตานิ ปริมสติ, ๔- ปุถุลตฺตา เกสนฺตปริโยสานํ เกวลํปิ นลาฏํ ปฏิจฺฉาเทติ. เอวนฺตสฺสา มุทุทีฆปุถุลภาวํ ปกาเสนฺโต เตสํ กงฺขํ วิโนเทติ. เอวํ ติลกฺขณสมฺปนฺนํ ชิวฺหํ สนฺธาย "ปหูตชิโวฺห"ติ วุตฺตํ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
พรหมสฺสโรติ อญฺเญปิ ฉินฺนสฺสราปิ ภินฺนสฺสราปิ กากสฺสราปิ โหนฺติ, อยํ ปน มหาพฺรหมุโน สรสฺส สทิเสน สเรน สมนฺนาคโต ภวิสฺสติ,
อรรถกถาบาลี อักษรไทย