อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๒ ฉ.ม.,อิ. ปูเรนฺติ ๓ อิ. อวิรตา ๔-๔ ฉ.ม. ปรามสติ เอวมุปริปิ. มหาพรมมุโน หิ ปิตฺตเสเมฺหหิ อปลิพุทฺธตฺตา สโร วิสุทฺโธ ๑- โหติ. มหาปุริเสนาปิ กตกมฺมํ ตสฺส วตฺถุํ โสเธติ. วตฺถุโน สุทฺธตฺตา นาภิโต ปฏฺฐาย สมุฏฺฐหนฺโต สโร วิสุทฺโธ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคโตว สมุฏฺฐาติ. กรวิโก วิย ภณตีติ กรวิกภาณี, มตฺตกรวิกมญฺชุโฆโสติ ๒- อตฺโถ.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๓๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล โดยกาลล่วงไปหลายปี พระวิปัสสีราชกุมาร ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย พระวิปัสสีราชกุมาร ขณะเมื่อเสด็จประพาสพระอุทยาน ได้ทอดพระเนตร คนเจ็บ ถึงความลำบาก เป็นไข้หนัก นอนจมอยู่ ในมูตรและกรีสของตน คนอื่นๆ ต้องช่วย พยุงให้ลุก ผู้อื่นต้องช่วยให้กิน ครั้น ทอดพระเนตรแล้ว จึงรับสั่งถามนายสารถีว่า นายสารถี ผู้สหาย ก็ชายนี้ถูกใคร ทำอะไรให้ แม้ตาทั้งสองของเขาก็ไม่เหมือนของคนอื่นๆ แม้ศีรษะของ เขาก็ไม่ เหมือนของคนอื่นๆ ฯ นายสารถีกราบทูลว่า ขอเดชะ นี้แลเรียกว่า คนเจ็บ ฯ นายสารถีผู้สหาย นี้หรือเรียกว่า คนเจ็บ ฯ ขอเดชะ นี้แลเรียกว่า คนเจ็บ ไฉนเล่าเขาจะพึงหายจากความเจ็บ นั้นได้ ฯ นายสารถีผู้สหาย ถึงตัวเราก็จะต้องมีความเจ็บเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้น ความเจ็บไปได้ หรือ ฯ ขอเดชะ พระองค์และข้าพระพุทธเจ้า ล้วนจะต้องมีความเจ็บเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้น ความเจ็บไปได้ ฯ นายสารถีผู้สหาย ถ้าเช่นนั้น วันนี้พอแล้วสำหรับภูมิภาคแห่งสวน เธอจงนำเรากลับ ไปยังภายในบุรีจากสวนนี้เถิด ฯ นายสารถีรับรับสั่งของพระวิปัสสีราชกุมารแล้ว ได้นำเสด็จกลับไปยัง ภายในบุรี จาก พระอุทยานนั้น ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ได้ยินว่า ครั้งนั้น พระวิปัสสีราชกุมารเสด็จถึงภายในบุรีแล้ว ทรงเป็นทุกข์เศร้าพระทัย ทรงพระดำริว่า ผู้เจริญทั้งหลาย ได้ยินว่า ขึ้นชื่อว่าความเกิดเป็นของ น่ารังเกียจ เพราะธรรมดาว่า เมื่อความเกิดมีอยู่ ความ แก่จักปรากฏ ความเจ็บจักปรากฏ แก่ผู้ที่เกิด มาแล้ว ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อภินีลเนตฺโตติ น สกลนีลเนตฺโตว, นีลยุตฺตฏฺฐาเน ปนสฺส อุมฺมาปุปฺผสทิเสน ๓- อติวิสุทฺเธน นีลวณฺเณน สมนฺนาคตานิ เนตฺตานิ โหนฺติ, ปีตยุตฺตฏฺฐาเน กณฺณิการปุปฺผสทิเสน ๔- ปีตวณฺเณน, โลหิตยุตฺตฏฺฐาเน พนฺธุชีวกปุปฺผสทิเสน โลหิตวณฺเณน, เสตยุตฺตฏฺฐาเน โอสธิตารกสทิเสน เสตวณฺเณน, กาฬยุตฺตฏฺฐาเน อทฺทาริฏฺฐสทิเสน กาฬวณฺเณน สมนฺนาคตานิ. สุวณฺณวิมาเน อุคฺฆาฏิตมณิสีหปญชรสทิสานิ ขายนฺติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
โคปขุโมติ เอตฺถ ปขุมนฺติ สกลจกฺขุเคณฺฑํ ๕- อธิปฺเปตํ, ตํ กาฬวจฺฉกสฺส พหลธาตุกํ โหติ, รตฺตวจฺฉกสฺส วิปฺปสนฺนํ, ตํมุหุตฺตชาตตรุณรตฺตวจฺฉกสทิสจกฺขุ- เคณฺโฑติ อตฺโถ. อญฺเญสญฺหิ อกฺขิเคณฺฑา ๖- อปริปุณฺณา โหนฺติ, หตฺถิมูสิกาทีนํ อกฺขิสทิเสหิ วินิคฺคเตหิปิ คมฺภีเรหิปิ อกฺขีหิ สมนฺนาคตา โหนฺติ. มหาปุริสสฺส ปน โธวิตฺวา มชฺชิตฺวา ฐปิตมณิคุฬิกา วิย มุทุสินิทฺธนีลสุขุมปขุมาจิตานิ อกฺขีนิ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อุณฺณาติ อุณฺณาโลมํ. ภมุกนฺตเรติ ทฺวินฺนํ ภมุกานํ เวมชฺเฌ นาสิกมตฺถเกเยว ชาตา, อุคฺคนฺตฺวา ปน นลาฏเวมชฺเฌ ชาตา. โอทาตาติ ปริสุทฺธา โอสธิตารกสมวณฺณา. มุทูติ สปฺปิมณฺเฑ โอสาเรตฺวา ฐปิตสตวาร- วิหตกปฺปาสปฏลสทิสา. ตูลสนฺนิภาติ สิมฺพลิตูลลตาตูลสมานา อยมสฺสาปิ โอทาตตาย อุปมา. สาปเนสา โกฏิยํ คเหตฺวา อากฑฺฒิยมานา อุปฑฺฒพาหุปฺปมาณา โหติ, วิสฺสฏฺฐา ทกฺขิณาวฏฺฏวเสน อาวฏฺฏิตฺวา อุทฺธคฺคา หุตฺวา สนฺติฏฺฐติ. สุวณฺณผลกมชฺเฌ ฐปิตรชตปุพฺพุฬกํ วิย, สุวณฺณฆฏโต นิกฺขมมานา ขีรธารา