อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

So panesa ubhatobhāgavimutto ākāsānañcāyatanādīsu aññatarato vuṭṭhāya arahattaṃ patto ca anāgāmī hutvā nirodhā vuṭṭhāya arahattaṃ patto cāti pañcavidho hoti. Keci pana "yasmā rūpāvacaracatutthajjhānaṃpi duvaṅgikaṃ upekkhāsahagataṃ, arūpāvacarajjhānaṃpi tādisameva. Tasmā rūpāvacaracatutthajjhānato vuṭṭhāya arahattaṃ pattopi ubhatobhāgavimutto"ti. Ayaṃ pana ubhatobhāgavimuttapañho heṭṭhālohapāsādepi samuṭṭhahitvā tepiṭakacullasumanattherassa vaṇṇanaṃ nissāya cirena vinicchayaṃ patto.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๖๖] ดูกรอานนท์ วิโมกข์ ๘ ประการเหล่านี้ ๘ ประการเป็นไฉน คือ ๑. ผู้ได้รูปฌานย่อมเห็นรูป นี้เป็นวิโมกข์ข้อที่ ๑ ๒. ผู้ไม่มีความสำคัญในรูปในภายใน ย่อมเห็นรูปในภายนอก นี้เป็น วิโมกข์ข้อที่ ๒ ๓. ผู้ที่น้อมใจเชื่อว่า กสิณเป็นของงาม นี้เป็นวิโมกข์ข้อที่ ๓ ๔. ผู้บรรลุอากาสานัญจายตนะด้วยมนสิการว่า อากาศหาที่สุดมิได้ เพราะล่วงรูป สัญญา เพราะดับปฏิฆสัญญา เพราะไม่ใส่ใจถึงนานัตตสัญญา โดย ประการทั้งปวง นี้เป็นวิโมกข์ ข้อที่ ๔ ๕. ผู้ที่บรรลุวิญญาณัญจายตนะ ด้วยมนสิการว่า วิญญาณหาที่สุดมิได้ เพราะล่วงชั้น อากาสานัญจายตนะ โดยประการทั้งปวง นี้เป็นวิโมกข์ที่ ๕ ๖. ผู้ที่บรรลุอากิญจัญญายตนะ ด้วยมนสิการว่า ไม่มีอะไร เพราะล่วง วิญญาณัญ จายตนะ โดยประการทั้งปวง นี้เป็นวิโมกข์ข้อที่ ๖ ๗. ผู้ที่บรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนะ เพราะล่วงอากิญจัญญายตนะ โดยประการ ทั้งปวง นี้เป็นวิโมกข์ข้อที่ ๗ ๘. ผู้ที่บรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ เพราะล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนะ โดยประการ ทั้งปวง นี้เป็นวิโมกข์ข้อที่ ๘ ดูกรอานนท์ เหล่านี้แล วิโมกข์ ๘ ประการ ภิกษุเข้าวิโมกข์ ๘ ประการ เหล่านี้ เป็น อนุโลมบ้าง เป็นปฏิโลมบ้าง เข้าทั้งอนุโลมและปฏิโลมบ้าง เข้าบ้าง ออกบ้าง ตามคราวที่ ต้องการ ตามสิ่งที่ปรารถนา และตามกำหนดที่ต้องประสงค์ จึงบรรลุเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป เพราะ ทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน อานนท์ ภิกษุนี้ เราเรียกว่า อุภโตภาควิมุตติ อุภโตภาควิมุตติอื่นจากอุภโตภาควิมุตตินี้ที่จะยิ่ง หรือประณีตไป กว่าไม่มี พระผู้มีพระภาคตรัสพระพุทธพจน์นี้แล้ว ท่านพระอานนท์ยินดี ชื่นชม พระภาษิตของพระผู้มีพระภาคแล้วแล ฯ จบมหานิทานสูตร ที่ ๒ ------------------------------------ ๓. มหาปรินิพพานสูตร (๑๖)

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

Girivihāre kira therassa antevāsiko ekassa piṇḍapātikassa mukhatova taṃ pañhaṃ sutvā āha "āvuso heṭṭhālohapāsāde amhākaṃ ācariyassa dhammaṃ vaṇṇayato na kenaci sutapubban"ti. Kiṃ pana bhante thero avacāti? rūpāvacaracatutthajjhānaṃ kiñcāpi duvaṅgikaṃ upekkhāsahagataṃ, kilese vikkhambheti, kilesānaṃ pana āsannapakkhepi rūpārammaṇaṭṭhāne samudācarati. Ime hi kilesā nāma pañcavokārabhave nīlādīsu aññatramārammaṇaṃ upanissāya samudācaranti, rūpāvacarajjhānañca taṃ ārammaṇaṃ na samatikkamati. Tasmā sabbaso rūpaṃ nivattetvā arūpajjhānavasena kilese vikkhambhetvā arahattaṃ pattova ubhatobhāgavimuttoti idaṃ āvuso thero avaca. Idañca pana vatvā idaṃ suttaṃ āhari "katamo ca puggalo ubhatobhāgavimutto. Idhekacco puggalo aṭṭha vimokkhe kāyena phusitvā viharati, paññāya cassa disvā āsavā parikkhīṇā honti, ayaṃ vuccati puggalo ubhatobhāgavimutto"ti.

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

Imāya ca ānanda ubhatobhāgavimuttiyāti ānanda ito ubhatobhāgavimuttito. Sesaṃ sabbattha uttānamevāti.

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

Mahānidānasuttavaṇṇanā niṭṭhitā.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๘๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหานิทานสูตร”