มณีรัตนะนั้นทั้งหมดได้มีแล้วอย่างนั้น แม้แก่พระเจ้ามหาสุทัสสนจักรพรรดินั่นเทียว. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ปุน จปรํ อานนฺท ฯเปฯ มณิรตนํ ปาตุรโหสิ ดังนี้. อิตฺถีรตนวณฺณนา

อิตถีรัตนะมีการณ์พิเศษปรากฏแก่พระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงมีสุขวิสัยพิเศษ มีมณีรัตนะปรากฏแล้วอย่างนี้. ก็พระญาติทั้งหลายย่อมนำอิตถีรัตนะนั้นจากมัทรราชตระกูลมาเป็นอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดินั้น. หรือมาจากอุตตรกุรุประเทศด้วยบุญญานุภาพ.

ก็สมบัติแห่งอิตถีรัตนะนั้น ที่เหลือมาแล้วในบาลีนั่นเทียว โดยนัยมีอาทิว่า ดูกรพระอานนท์ อีกประการหนึ่ง อิตถีรัตนะซึ่งมีรูปสุดสวย น่าดู ปรากฏแล้วแก่พระเจ้ามหาสุทัสสนจักรพรรดิราช.

ในบรรดาสมบัตินั้น ชื่อว่าอภิรูปา เพราะอิตถีรัตนะนั้น มีรูปสวยงาม บริบูรณ์ด้วยทรวดทรง. และชื่อว่าทัสสนียา เพราะเมื่อดูก็ถูกตา แม้ต้องเลิกธุรกิจอย่างอื่น มองดู. ชื่อว่าปาสาทิกา เพราะเมื่อดูก็ยังจิตให้เลื่อมใสด้วยอำนาจโสมนัส.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๕๗๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. มหาสุทัสสนสูตร”