ภควา ภิกฺขุสํฆปริวุโต อนฺโตสาณิยาว ราเคหํ คนฺตฺวา ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา วิหารํ ปจฺจาคจฺฉติ. อญฺโญ โกจิ ทฏฺฐุมฺปิ น ลภติ, กุโต ปน ภิกฺขํ วา ทาตุํ, ปูชํ วา กาตุํ, ธมฺมํ วา โสตุํ. นาครา จินฺเตสุํ "อชฺช สตฺถุโน โลเก อุปฺปนฺนสฺส สตฺตมาสาธิกานิ สตฺตสํวจฺฉรานิ, มยญฺจ ๓- ทฏฺฐุมฺปิ น ลภาม, ปเคว ภิกฺขํ วา ทาตุํ, ปูชํ วา กาตุํ, ธมฺมํ วา โสตุํ, ราชา `มยฺหํเยว พุทฺโธ, มยฺหํเยว ธมฺโม, มยฺหํเยว สํโฆ'ติ มมายิตฺวา สยเมว อุปฏฺฐหติ, ๔- สตฺถา จ อุปฺปชฺชมาโน สเทวกสฺส โลกสฺส อตฺถาย หิตาย อุปฺปนฺโน. น หิ รญฺโญว นิรโย อุโณฺห อสฺส, อญฺเญสํ นีลุปฺปลวรสทิโส. ตสฺมา ราชานํ วทาม. สเจ โน สตฺถารํ เทติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ เทติ, รญฺญา สทฺธึ ยุชฺฌิตฺวาปิ สํฆํ คเหตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรม. น สกฺกา โข ปน สุทฺธนาคเรเหว ๕- เอวํ กาตุํ, เอกํ เชฏฺฐกํ ปุริสํปิ คณฺหามา"ติ.

เต เสนาปตึ อุปสงฺกมิตฺวา ตสฺเสว ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา "สามิ กึ อมฺหากํ ปกฺโข โหติ, ๖- อุทาหุ รญฺโญ"ติ อาหํสุ. โส "อหํ ตุมฺหากํ ปกฺโข โหมิ, อปิจ โข ปน ปฐมทิวโส มยฺหํ ทาตพฺโพ ปจฺฉา ตุมฺหากํ วาโร"ติ. เต สมฺปฏิจฺฉึสุ. โส ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา "นาครา เทว ตุมฺหากํ กุปิตา"ติ อาห. กิมตฺถํ ตาตาติ. สตฺถารํ กิร ตุเมฺหว อุปฏฺฐหถ, อเมฺห น ลภามาติ สเจ อิทานิปิ ลภนฺติ, น กุปฺปนฺติ, อลภนฺตา ตุเมฺหหิ สทฺธึ ยุชฺฌิตุกามา เทวาติ. ยุชฺฌามิ ตาต, น ภิกฺขุสํฆํ เทมีติ. เทว ตุมฺหากํ ทาสา ตุเมฺหหิ สทฺธึ ยุชฺฌามาติ วทนฺติ, ตุเมฺห กํ คณฺหิตฺวา ยุชฺฌิสฺสถาติ. นนุ ตฺวํ เสนาปตีติ. นาคเรหิ วินา น สมตฺโถ อหํ เทวาติ. ตโต ราชา "พลวนฺโต นาครา เสนาปติปิ เตสญฺเญว ปกฺโข"ติ ญตฺวา "อญฺญานิปิ สตฺตมาสาธิกานิ

@๓ อิ. มาสญฺจ. ๔ ฉ.ม. อุปฏฺฐหิ, อิ. อุปฏฺฐาติ

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๑๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. มหาปทานสูตร”