@๕ ม. อิ. ยุทฺธํ นาคเรเหว ๖ ฉ.ม., อิ. โหสิ. สตฺต สํวจฺฉรานิ มยฺหํ ภิกฺขุสํฆํ ททนฺตู"ติ อาห. นาครา น สมฺปฏิจฺฉึสุ. ราชา ฉ วสฺสานิ, ปญฺจ, ๑- จตฺตาริ, ตีณิ, เทฺว, เอกวสฺสํ หาเปติ. ๒- เอวํ หาเปนฺเตปิ น สมฺปฏิจฺฉึสุ. อญฺเญ สตฺต ทิวเสติ ๓- ยาจิ. นาครา "อติกกฺขฬํ ทานิ รญฺญา สทฺธึ กาตุํ น วฏฺฏตี"ติ อนุชานึสุ.

ราชา สตฺตมาสาธิกานํ สตฺตนฺนํ สํวจฺฉรานํ สชฺชิตํ ทานมุขํ สตฺตนฺนเมว ทิวสานํ วิสชฺเชตฺวา ฉ ทิวเส เกสญฺจิ อปสฺสนฺตานญฺเญว ทานํ ทตฺวา สตฺตเม ทิวเส นาคเร ปกฺโกสาเปตฺวา "สกฺขิสฺสถ ตาตา เอวรูปํ ทานํ ทาตุนฺ"ติ อาห. เตปิ "นนุ อเมฺหเยว นิสฺสาย ตํ เทวสฺส อุปฺปนฺนนฺ"ติ วตฺวา "สกฺขิสฺสามา"ติ อาหํสุ. ราชา ปิฏฺฐิหตฺเถน อสฺสูนิ ปุญฺฉมาโน ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา "ภนฺเต อหํ อฏฺฐสฏฺฐิภิกฺขุสตสหสฺสํ อญฺญสฺส ภารํ อกตฺวา ยาวชีวํ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหิสฺสามีติ จินฺเตสึ, นาครานํ ๔- ทานิ เม อนุญฺญาตา, นาครา หิ `มยํ ทานํ ทาตุํ น ลภามา'ติ กุปฺปนฺติ, ภควา เสฺว ปฏฺฐาย เตสํ อนุคฺคหํ กโรถา"ติ อาห.

อถ ทุติยทิวเส เสนาปติ มหาทานํ สชฺเชตฺวา "อชฺช ยถา อญฺโญ โกจิ เอกภิกฺขมฺปิ น เทติ, เอวํ รกฺขถา"ติ สมนฺตา ปุริเส ฐเปสิ. ตํทิวสํ เสฏฺฐิภริยา โรทมานา ธีตรํ อาห "สเจ อมฺม ตว ปิตา ชีเวยฺย, อชฺชาหํ ปฐมํ ทสพลํ โภเชยฺยนฺ"ติ. สา ตํ อาห "อมฺม มา จินฺตยิ, อหํ ตถา กริสฺสามิ, ยถา พุทฺธปฺปมุโข ภิกฺขุสํโฆ ปฐมํ อมฺหากํ ภิกฺขํ ปริภุญฺชิสฺสตี"ติ. ตโต สตสหสฺสคฺฆนิกาย สุวณฺณปาติยา นิรุทกปายาสสฺส ปูเรตฺวา สปฺปิมธุสกฺกราทีหิ อภิสงฺขริตฺวา อญฺญิสฺสา ๕- ปาติยา ปาตึ ปฏิกุชฺชิตฺวา ตํ สุมนมาลาคุเณหิ ปริกฺขิปิตฺวา มาลาคุณสทิสํ กตฺวา ภควโต คามํ ปวิสนเวลาย สยเมว อุกฺขิปิตฺวา ธาตีคณปริวุตา ฆรา ๖- นิกฺขมิ. อนฺตรามคฺเค เสนาปติอุปฏฺฐากา "อมฺม มา อิโต อคมาสี"ติ วทนฺติ. มหาปุญฺญา นาม มนาปกถา โหนฺติ, น จ เตสํ

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๒๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. มหาปทานสูตร”