ทหรสฺเสว สโตติ มนฺทสฺเสว สนฺตสฺส. ๒- โวจฺฉิชฺชิสฺสถาติ อุปจฺฉิชฺชิสฺสถ. วุฑฺฒึ วิรุฬฺหึ เวปุลฺลนฺติ วิญฺญาเณ อุปจฺฉินฺเน สุทฺธํ นามรูปเมว อุฏฺฐหิตฺวา ปฐมวยวเสน วุฑฺฒึ, มชฺฌิมวยวเสน วิรุฬฺหึ, ปจฺฉิมวยวเสน เวปุลฺลํ อปิ นุ โข อาปชฺชิสฺสถาติ. ทสวสฺสวีสติวสฺส ฯเปฯ วสฺสสหสฺสสมฺปาปเนน วา อปิ นุ โข วุฑฺฒึ วิรุฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิสฺสถาติ อตฺโถ.
ตสฺมาติหานนฺทาติ ยสฺมา มาตุ กุจฺฉิยํ ปฏิสนฺธิคฺคหเณปิ กุจฺฉิวาเสปิ กุจฺฉิโต นิกฺขมเนปิ, ปวตฺติยํ ทสวสฺสาทิกาเลปิ วิญฺญาณเมวสฺส ปจฺจโย, ตสฺมา เอเสว เหตุ เอส ปจฺจโย นามรูปสฺส ยทิทํ วิญฺญาณํ. ยถา หิ ราชา อตฺตโน ปริสํ นิคฺคณฺหนฺโต เอวํ วเทยฺย "ตฺวํ อุปราชา, ตฺวํ เสนาปตีติ เกน กโต, นนุ มยา กโต, สเจ หิ มยิ อกโรนฺเต ตฺวํ อตฺตโน ธมฺมตาย อุปราชา วา เสนาปติ วา ภเวยฺยาสิ, ชาเนยฺยาม เต ๓- พลนฺ"ติ. เอวเมว วิญฺญาณํ นามรูปสฺส ปจฺจโย โหติ. อตฺถโต เอวํ นามรูปํ วทติ วิย "ตฺวํ นามํ นาม, ๔- ตฺวํ รูปํ นาม, ตฺวํ นามรูปํ นามาติ เกน กตํ, นนุ มยา กตํ, สเจ หิ มยิ ปุเรจาริเก หุตฺวา มาตุ กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ อคฺคณฺหนฺเต ตฺวํ นามํ วา รูปํ วา นามรูปํ วา ภเวยฺยาสิ, ชาเนยฺยาม เต พลนฺ"ติ. ตมฺปเนตํ วิญฺญาณํ นามรูปสฺส พหุธา ปจฺจโย โหติ.
[๑๑๖] ทุกฺขสมุทยสมฺภโวติ ทุกฺขราสิสมฺภโว. ยทิทํ นามรูปนฺติ ยํ อิทํ นามรูปํ, เอเสว เหตุ เอส ปจฺจโย. ยถา หิ ราชปุริสา ราชานํ นิคฺคณฺหนฺตํ ๕- เอวํ วเทยฺยุํ "ตฺวํ ราชาติ เกน กโต, นนุ อเมฺหหิ ๖- กโต, สเจ หิ มยิ อุปราชฏฺฐาเน, มยิ เสนาปติฏฺฐาเน อติฏฺฐนฺเต ตฺวํ เอกโกว ราชา ภเวยฺยาสิ, ปสฺเสยฺยาม เต ราชภาวนฺ"ติ, เอวเมว นามรูปมฺปิ อตฺถโต