@๔ ฉ.ม.,อิ. ปฏิคฺคณฺหนฺโต จ ๕ ฉ.ม. ฆณฺฏึ ๖ ฉ.ม. ปูเรตีติ วา อาจริยุปชฺฌายาทีนํ วา เทติ, โส ทาตพฺพํ เทติ, สาราณียธมฺโม ปนสฺส น โหติ, ปลิโพธชคฺคนํ นาม โหติ. สาราณียธมฺโม หิ มุตฺตปลิโพธสฺเสว วฏฺฏติ. เตน ปน โอทิสฺสกํ เทนฺเตน คิลานคิลานุปฏฺฐากอาคนฺตุกคมิกานญฺเจว นวปพฺพชิตสฺส จ สํฆาฏิปตฺตคฺคหณํ อชานนฺตสฺส ทาตพฺพํ. เอเตสํ ทตฺวา อวเสสํ เถราสนโต ปฏฺฐาย โถกํ โถกํ อทตฺวา โย ยตฺตกํ คณฺหาติ, ตสฺส ตตฺตกํ ทาตฺพฺพํ. อวสิฏฺเฐ อสติ ปุน ปิณฺฑาย จริตฺวา เถราสนโต ปฏฺฐาย ยํ ยํ ปณีตํ, ตํ ตํ ทตฺวา เสสํ ภุญฺชิตพฺพํ. ๑- "สีลวนฺเตหี"ติ วจนโต ทุสฺสีลสฺส อทาตุํปิ วฏฺฏติ.
อยํ ปน สาราณียธมฺโม ๒- สุสิกฺขิตาย ปริสาย สุปูโร โหติ, โน อสิกฺขิตาย ปริสาย. สุสิกฺขิตาย หิ ปริสาย โย อญฺญโต ลภติ, โส น คณฺหาติ. อญฺญโต อลภนฺโตปิ ปมาณยุตฺตเมว คณฺหาติ, น อติเรกํ. อยํ ปน สาราณียธมฺโม เอวํ ปุนปฺปุนํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ลทฺธํ ลทฺธํ เทนฺตสฺสาปิ ทฺวาทสหิ วสฺเสหิ ปูรติ, น ตโต โอรํ. สเจ หิ ทฺวาทสเม วสฺเส สาราณียธมฺมปูรโก ปิณฺฑปาตปูรํ ปตฺตํ อาสนสาลายํ ฐเปตฺวา นฺหายิตุํ คจฺฉติ, สํฆตฺเถโรว ๓- กสฺเสโส ปตฺโตติ, "สาราณียธมฺมปูรกสฺสา"ติ วุตฺเต "อาหรถ นนฺ"ติ สพฺพํ ปิณฺฑปาตํ วิจาเรตฺวาว ภุญฺชิตฺวา ริตฺตปตฺตํว ฐเปติ. อถ โส ภิกฺขุ ริตฺตปตฺตํ ทิสฺวา "มยฺหํ อนวเสเสตฺวาว ภิกฺขู ๔- ปริภุญฺชึสู"ติ โทมนสฺสํ อุปฺปาเทติ, สาราณียธมฺโม ภิชฺชติ, ปุน ทฺวาทส วสฺสานิ ปูเรตพฺโพ โหติ. ติตฺถิยปริวาสสทิโส เหส, สกึ ขณฺเฑ ชาเต ปุน ปูเรตพฺโพว. โย ปน "ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เม, ยสฺส เม ปตฺตคตํ อนาปุจฺฉาว สพฺรหฺมจารี ปริภุญฺชนฺตี"ติ โสมนสฺสํ ชเนติ, ตสฺส ปุณฺโณ นาม โหติ.
เอวํ ปูริตสาราณียธมฺมสฺส ปน เนว อิสฺสา, น มจฺฉริยํ โหติ. โส มนุสฺสานํ จ ปิโย โหติ, สุลภปจฺจโย จ โหติ, ปตฺตคตมสฺส ทียมานํปิ น ขียติ, ภาชนียภณฺฑฏฺฐาเน อคฺคภณฺฑํ ลภติ, ภเย วา ฉาตเก วา สมฺปตฺเต เทวตา อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชนฺติ.