@๓ ฉ.ม., อิ. สํฆตฺเถโร จ ๔ ฉ.ม. ภิกฺขูติ สทฺโท น ทิสฺสติ

ตตฺรีมานิ วตฺถูนิ:- เลณคิริวาสี ๑- ติสฺสตฺเถโร กิร มหาคิริคามํ อุปนิสฺสาย วิหรติ. ปญฺญาส มหาเถรา นาคทีปํ เจติยํ วนฺทนตฺถาย คจฺฉนฺตา คิริคาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา กิญฺจิ อลทฺธา นิกฺขมึสุ. เถโร ปน ปวิสนฺโต เต ทิสฺวา ปุจฺฉิ "ลทฺธํ ภนฺเต"ติ. วิจริมฺหา อาวุโสติ. โส เตสํ อลทฺธภาวํ ญตฺวา อาห "ภนฺเต ยาวาหํ อาคจฺฉามิ, ตาว อิเธว โหถา"ติ. มยํ อาวุโส ปญฺญาส ชนา ปตฺตเตมนมตฺตํปิ น ลภิมฺหาติ. ภนฺเต เนวาสิกา นาม ปฏิพลา โหนฺติ, อลภนฺตาปิ ภิกฺขาจารมคฺคสภาคํ ชานนฺตีติ. เถรา อาคเมสุํ. เถโร คามํ ปาวิสิ, ธูรเคเหเยว มหาอุปาสิกา ขีรภตฺตํ สชฺเชตฺวา เถรํ โอโลกยมานาว ฐิตา. อถ เถรสฺส ทฺวารํ สมฺปตฺตสฺเสว ปตฺตํ ปูเรตฺวา อทาสิ, โส ตํ อาทาย เถรานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา คณฺหถ ภนฺเตติ สํฆตฺเถรํ อาห. เถโร "อเมฺหหิ เอตฺตเกหิ กิญฺจิ น ลทฺธํ, อยํ สีฆเมว คเหตฺวา อาคโต, กึ นุโข"ติ เสสานํ มุขํ โอโลเกสิ. เถโร โอโลกนากาเรเนว ญตฺวา "ภนฺเต ธมฺเมน สเมน ลทฺธํ ปิณฺฑปาตํ ๒- นิกฺกุกฺกุจฺจา คณฺหถา"ติ อาทิโต ปฏฺฐาย สพฺเพสํ ยาวทตฺถํ ภตฺตํ ทตฺวา อตฺตนาปิ ยาวทตฺถํ ภุญฺชิ.

อถ นํ ภตฺตกิจฺจาวสาเน เถรา ปุจฉึสุ "กทาวุโส โลกุตฺตรธมฺมํ ปฏิวิชฺฌา"ติ. ๓- นตฺถิ เม ภนฺเต โลกุตฺตรธมฺโมติ. ฌานลาภีสิ อาวุโสติ. เอวํปิ ๔- ภนฺเต นตฺถีติ. นนุ อาวุโส ปาฏิหาริยนฺติ. สาราณียธมฺโม เม ภนฺเต ปูริโต, ตสฺส เม ธมฺมสฺส ปูริตกาลโต ปฏฺฐาย สเจปิ ภิกฺขุสตสหสฺสํ โหติ, ปตฺตคตํ น ขียตีติ. เต สุตฺวา "สาธุ สาธุ สปฺปุริส, อนุจฺฉวิกมิทํ ตุยฺหนฺ"ติ อาหํสุ. อิทํ ตาว "ปตฺตคตํ น ขียตี"ติ เอตฺถ วตฺถุ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๒๑๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”