[๑๔๔-๑๔๕] อมฺพลฏฺฐิกาคมนํ อุตฺตานเมว. อถโข อายสฺมา สาริปุตฺโตติอาทิ สมฺปสานีทเย ๒- วิตฺถาริตํ.
ทุสฺสีลอาทีนววณฺณนา
[๑๔๘] ปาฏลิคาเม ๓- อาวสถาคารนฺติ อาคนฺตุกานํ อาวสถเคหํ. ปาฏลิคาเม กิร นิจฺจกาลํ ทฺวินฺนํ ราชูนํ สหายกา อาคนฺตฺวา กุลานิ เคหโต นีหริตฺวา มาสํปิ อฑฺฒมาสํปิ วสนฺติ. เต มนุสฺสา นิจฺจูปทฺทูตา "เอเตสํ อาคตกาเล วสนฏฺฐานํ ภวิสฺสตี"ติ นครมชฺเฌ มหตึ สาลํ กริตฺวา ตสฺสา เอกสฺมึ ปเทเส ภณฺฑปฏิสามนฏฺฐานํ, เอกสฺมึ ปเทเส นิวาสนฏฺฐานํ อกํสุ. เต "ภควา อาคโต"ติ สุตฺวาว "อเมฺหหิ คนฺตฺวาปิ ภควา อาเนตพฺโพ สิยา, โส สยเมว อมฺหากํ วสนฏฺฐานํ สมฺปตฺโต, อชฺช ภควนฺตํ อาวสเถ มงฺคลํ วทาเปสฺสามา"ติ เอตทตฺถเมว อุปสงฺกมนฺตา. ตสฺมา เอวมาหํสุ. เยน อาวสถาคารนฺติ เต กิร "พุทฺธา นาม อรญฺญชฺฌาสยา อรญฺญารามา อนฺโตคาเม วสิตุํ อิจฺเฉยฺยุํ วา โน วา"ติ ภควโต มนํ อชานนฺตา อาวสถาคารํ อปฏิชคฺคิตฺวาว อาคมึสุ. อิทานิ ภควโต มนํ ญตฺวา "ปุเรตรํ คนฺตฺวา ปฏิชคฺคิสฺสามา"ติ เยนาวสถาคารํ, เตนุปสงฺกมึสุ. สพฺพสนฺถริตนฺติ ยถา สพฺพํ สนฺถตํ โหติ, เอวํ สนฺถรึ.
[๑๔๙] ทุสฺสีโลติ อสีโล นิสฺสีโล. สีลวิปนฺโนติ วิปนฺนสีโล ภินฺนสํวโร. ปมาทาธิกรณนฺติ ปมาทการณา.