เย หิ เกจีติ อิทํ เจติยจาริกาย สาตฺถกภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตตฺถ เจติยจาริกํ อาหิณฺฑนฺตาติ เย จ ตาว ตตฺถ ตตฺถ เจติยงฺคณํ สมฺมชฺชิตฺวา ๒- อาสนานิ โธวนฺตา ๓- โพธิมฺหิ อุทกํ อาสิญฺจนฺตา อาหิณฺฑนฺติ, เตสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. อสุกวิหาเร "เจติยํ วนฺทิสฺสามา"ติ นิกฺขมิตฺวา ปสนฺนจิตฺตา อนฺตรา กาลํ กโรนฺตาปิ อนนฺตราเยน สคฺเค ปติฏฺฐหิสฺสนฺติเยวาติ ทสฺเสติ.

อานนฺทปุจฺฉากถาวณฺณนา

[๒๐๓] อทสฺสนํ อานนฺทาติ ยเทตํ มาตุคามสฺส อทสฺสนํ, อยเมตฺถ อนุธมฺมปฏิปตฺตีติ ๑- ทสฺเสติ. ทฺวารํ ปิทหิตฺวา เสนาสเน นิสินฺโน หิ ภิกฺขุ อาคนฺตฺวา ทฺวาเร ฐิตํปิ มาตุคามํ ยาว น ปสฺสติ, ตาวสฺส เอกํเสเนว โลโภ น อุปฺปชฺชติ, น จิตฺตํ จลติ. ทสฺสเน ปน สติเยว ตทุภยํปิ อสฺส. เตนาห "อทสฺสนํ อานนฺทา"ติ. ทสฺสเน ภควา สติ กถนฺติ ภิกฺขํ คเหตฺวา อุปคตฏฺฐานาทีสุ ทสฺสเน สติ กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ปุจฺฉติ. อถ ภควา ยสฺมา ขคฺคํ คเหตฺวา "สเจ มยา สทฺธึ อาลปสิ, เอตฺเถว เต สีสํ ปาเตสฺสามี"ติ ฐิตปุริเสน วา, "สเจ มยา สทฺธึ อาลปสิ, เอตฺเถว เต มํสํ วธาเปตฺวา ๒- ขาทิสฺสามี"ติ ฐิตาย วา ยกฺขินิยา อาลปิตุํ วรํ. เอกสฺเสว หิ อตฺตภาวสฺส ตปฺปจฺจยา วินาโส โหติ, น อปาเยสุ อปริจฺฉินฺนทุกฺขานุภวนํ. มาตุคาเมน ปน อลฺลาปสลฺลาเป สติ วิสฺสาโส โหติ, วิสฺสาเส สติ โอตาโร โหติ, โอติณฺณจิตฺโต สีลพฺยสนํ ปตฺวา อปายปูรโก โหติ, ตสฺมา อนาลาโปติ อาห. วุตฺตมฺปิ เจตํ:-

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๐๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”