"สเจ โข ปนาหํ อิมํ มหลฺลกํ อิเธว ปิโลติกํ นิวาสาเปตฺวา ฉาริกาย สีสํ โอกิราเปตฺวาปิ นีหราเปสฺสามิ, มนุสฺสา `สมณสฺส โคตมสฺส สรีเร ธรมาเนเยว สาวกา วิวทนฺตี"ติ อมฺหากํ โทสํ ทสฺเสสฺสนฺตีติ อธิวาเสมิ ตาว.

ภควตา หิ เทสิโต ธมฺโม อสงฺคหิตปุปฺผราสิสทิโส. ตตฺถ ยถา วาเตน ปหฏปุปฺผานิ ยโต วา ตโต วา คจฺฉนฺติ, เอวเมว เอวรูปานํ ปาปปุคฺคลานํ วเสน คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล วินเย เอกํ เทฺว สิกฺขาปทานิ นสฺสิสฺสนฺติ, สุตฺเต เอโก เทฺว ปญฺหาวารา นสฺสิสฺสนฺติ, อภิธมฺเม เอกํ เทฺว ภูมนฺตรานิ นสฺสิสฺสนฺติ, เอวํ อนุกฺกเมน มูเล นฏฺเฐ ปิสาจสทิสา ภวิสฺสาม, ตสฺมา ธมฺมวินยสงฺคหํ กริสฺสาม. เอวญฺหิ สติ ทเฬฺหน ๓- สงฺคหิตปุปฺผานิ วิย อยํ ธมฺโม อยํ วินโย นิจฺจโล ภวิสฺสติ.

เอตทตฺถํ หิ ภควา มยฺหํ ตีณิ คาวุตานิ ปจฺจุคฺคมนํ อกาสิ, ตีหิ โอวาเทหิ อุปสมฺปทํ อทาสิ, กายโต อปเนตฺวา กาเย จีวรปริวฏฺฏนํ อกาสิ, อากาเส ปาณึ จาเลตฺวา จนฺทูปมปฏิปทํ กเถนฺโต มํ กายสกฺขึ กตฺวา กเถสิ, ติกฺขตฺตุํ สกลสาสนทายชฺชํ ปฏิจฺฉาเปสิ. มาทิเส ภิกฺขุมฺหิ ติฏฺฐมาเน อยํ ปาโป สาสเน วุฑฺฒึ มา อลตฺถ. ยาว อธมฺโม น ทิปฺปติ, ธมฺโม น ปฏิพาหิยติ. อวินโย น ทิปฺปติ, วินโย น ปฏิพาหิยติ. อธมฺมวาทิโน น พลวนฺโต โหนฺติ, ธมฺมวาทิโน น ทุพฺพลา โหนฺติ. อวินยวาทิโน น พลวนฺโต โหนฺติ, วินยวาทิโน น ทุพฺพลา โหนฺติ. ตาว ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิสฺสามิ, ตโต ภิกฺขู อตฺตโน อตฺตโน ปโหนกํ คเหตฺวา กปฺปิยากปฺปิยํ กเถสฺสนฺติ. อถายํ ปาโป สยเมว นิคฺคหํ ปาปุณิสฺสติ, ปุน สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺขิสฺสติ, สาสนํ อิทฺธญฺเจว ผีตญฺจ ภวิสฺสตี"ติ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๓๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”