@๗ อิ. ปตฺตผเลสุปิ ๘ ฉ.ม. วิปฺปกิณฺณวาลุเก ๙ ฉ.ม. ขมนีโยติ ๑๐ ฉ.ม. พีภจฺเฉติ ปญฺจงฺคิกสฺสาติ อาตฏํ วิตฏํ อาตฏวิตฏํ สุสิรํ ฆนนฺติ อิเมหิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส. ตตฺถ อาตฏํ นาม จมฺมปริโยนทฺเธสุ เภริยาทีสุ ๑- เอกตลํ ตุริยํ. วิตฏํ นาม อุภยตลํ. อาตฏวิตฏํ นาม สพฺพโต ปริโยนทฺธํ. สุสิรํ นาม วํสาทิ. ฆนํ นาม สมฺมาทิ. สุวินีตสฺสาติ อากฑฺตนสิถิลถรณาทีหิ สุมุจฺฉิตสฺส. สุปฺปฏิตาฬิตสฺสาติ ปมาเณ ฐิตภาวชานนตฺถํ สุฏฺฐุ ปฏิตาฬิตสฺส. กุสเลหิ ๒- สมนฺนาหตสฺสาติ เย วาทิตุํ เฉกา กุสลา, เตหิ วาทิตสฺส. ธุตฺตาติ อกฺขธุตฺตา. โสณฺฑาติ สุราโสณฺฑา. เตเยว ปุนปฺปุนํ ปาตุกามตาวเสน ปิปาสา. ปริจาเรสุนฺติ ๓- หตฺถาวารปาทวาเร คเหตฺวา ๓- นจฺจนฺตา กีฬึสุ.

จกฺกรตนวณฺณนา

[๒๔๓] สีสํนฺหาตสฺสาติ สีเสน สทฺธึ คนฺโธทเกน นฺหาตสฺส. อุโปสถิกสฺสาติ สมาทินฺนอุโปสถงฺคสฺส. อุปริปาสาทวรคตสฺสาติ ปาสาทวรสฺส อุปริ คตสฺส สุโภชนํ ภุญฺชิตฺวา ปาสาทวรสฺส อุปริ มหาตเล สิริคพฺภํ ปวิสิตฺวา สีลานิ อาวชฺชนฺตสฺส. ตทา กิร ราชา ปาโตว สตสหสฺสํ วิสชฺชิตฺวา มหาทานํ ทตฺวา โสฬสหิ คนฺโธทกฆเฏหิ สีสํ นฺหายิตฺวา กตปาตราโส สุทฺธํ อุตฺตราสงฺคํ เอกํสํ กตฺวา ๔- อุปริ ปาสาทสฺส สิริสยเน ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสินฺโน อตฺตโน ทานทมสญฺญมมยํ ๕- ปุญฺญสมุทยํ อาวชฺชนฺโต ๖- นิสีทิ. อยํ สพฺพจกฺกวตฺตีนํ ธมฺมตา.

เตสนฺตํ อาวชฺชนฺตานํเยว วุตฺตปฺปการปุญฺญกมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานํ นีลมณิสงฺฆาฏสทิสํ ปาจีนสมุทฺทชลตลํ ภินฺทมานํ ๗- วิย, อากาสํ อลงฺกตํ กุรุมานํ ๘- วิย ทิพฺพจกฺกรตนํ ปาตุภวติ. ตํ มหาสุทสฺสนสฺสาปิ ตเถว ปาตุรโหสิ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๕๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. มหาสุทัสสนสูตร”