โส ราชงฺคเณ สาลกลฺยาณิปทเรหิ มณฺฑปํ กาเรตฺวา ตํ นีลุปฺปเลหิ ฉาเทตฺวา ปญฺจ อาสนสตานิ ปญฺญาเปตฺวา ปญฺจ หตฺถิสตานิ อาสนานํ ปจฺฉาภาเค ฐเปตฺวา เอเกเกน หตฺถินา เอเกกสส ภิกฺขุโน เสตจฺฉตฺตํ ธาราเปสิ. ทฺวินฺนํ ทวินฺนํ อาสนานํ อนฺตเร สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตา เอเกกา ขตฺติยธีตา จตุชฺชาติกคนฺธํ ๔- ปึสติ. ๔- อปรา ๕- ขตฺติยธีตา ๕- นิฏฺฐิตํ นิฏฺฐิตํ มชฺฌฏฺฐาเน คนฺธมฺพเณ ปกฺขิปติ, ตํ อปรา ขตฺติยธีตา นีลุปฺปลหตฺถเกน สมฺปริวฏฺเฏติ. เอวํ เอเกกสฺส ภิกฺขุโน ติสฺโส ติสฺโส ขตฺติยธีตโร ปริวารา, อปรา สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตา อิตฺถี ตาลปณฺณํ คเหตฺวา วีชติ, ๖- อญฺญา ธมฺมกรกํ คเหตฺวา

@๓-๓ ฉ.ม.,อิ. ทาเน ปราชิโตติ ๔-๔ ฉ.ม. จตุชฺชาติยคนฺธํ ปิสติ. อิ.

@ จตุชฺชาติคนฺธํ ปึสติ ๕-๕ ฉ.ม.,อิ. อิเม ปาฐา น ทิสฺสนฺติ ๖ ฉ.ม. พีชติ อุทกํ ปริสสาเวติ, อญฺญา ปตฺตโต อุทกํ อาหรติ. ๑- ภควโต จตฺตาริ อนคฺฆานิ อเหสุํ. ปาทกฐลิกา อาธารโก อปสฺเสนผลกํ ฉตฺตปาทมณีติ อิมานิ จตฺตาริ อนคฺฆานิ อเหสุํ. สํฆนวกสฺส เทยฺยธมฺโม สตสหสฺสํ อคฺฆติ. ตสฺมึ จ ทาเน องฺคุลิมาลตฺเถโร สํฆนวโก อโหสิ. ตสฺส อาสนสมีเป อานีโต อานีโต หตฺถี ตํ อุปคนฺตุํ นาสกฺขิ. ตโต รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา ๒- "อญฺญํ หตฺถึ อาเนถา"ติ อาห. อานีโต อานีโต น สกฺโกติเยว. ๒- ราชา "อญฺโญ หตฺถี นตฺถี"ติ. ทุฏฺฐหตฺถี ปน อตฺถิ, อาเนตุํ น สกฺกาติ. ราชา ๓- ตถาคตํ ปุจฺฉิ "โก ภนฺเต สํฆนวโก"ติ. องฺคุลิมาโล มหาราชาติ. ๓- เตน หิ ตํ ทุฏฺฐหตฺถึ อาเนตฺวา ฐเปตุ มหาราชาติ. ทุฏฺฐหตฺถึ ๔- มณฺฑยิตฺวา อานยึสุ. โส เถรสฺส เตเชน นาสาวาตสญฺจรณมตฺตํปิ กาตุํ นาสกฺขิ. เอวํ นิรนฺตรํ สตฺต ทิวสานิ ทานํ ทียิตฺถ. สตฺตเม ทิวเส ราชา ทสพลํ วนฺทิตฺวา "ภควา มยฺหํ ธมฺมํ เทเสถา"ติ อาห.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๔๒๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. มหาโควินทสูตร”