อคฺเฆ ภวนฺตํ ปุจฺฉาม อคฺฆํ กุรุตุ โน ภวนฺติ.

เอตฺถ อคฺฆนฺติ อติถิโน อุปนาเมตพฺพํ วุจฺจติ. เตเนว อิทมาสนํ ปญฺญตฺตํ, เอตฺถ นิสีทถ, อิทมุทกํ ปริสุทฺธํ, อิโต ปานียํ ปิวถ, ปาเท โธวถ, อิทํ ปชฺชํ ปาทานํ หิตตฺถาย อภิสงฺขตเตลํ, อิโต ปาเท มกฺเขถ, อิทํ มธุปากนฺติ. โพธิสตฺตสฺส พฺรหฺมจริยํ น อญฺเญสํ พฺรหฺมจริยสทิสํ โหติ, น โส "อิทํ เสฺว, อิทํ ตติยทิวเส ภวิสฺสตี"ติ สนฺนิธึ นาม กโรติ. มธุปากํ ปน อโลณํ อธูปนํ อตกฺกํ อุทเกน เสทิตสากํ, ตํ สนฺธาเยส "อิทํ คเหตฺวา ๒- ปริภุญฺชถา"ติ วทนฺโต "อคฺเฆ ภวนฺตํ ปุจฺฉามา"ติ อาทิมาห. อิเม สพฺเพปิ อคฺฆา พฺรหฺมุโนปิ อตฺถิ, เต อคฺเฆ ภวนฺตํ ปุจฺฉาม. เอวํ ปุจฺฉนฺตานํ อคฺฆํ กุรุตุ โน ภวํ, ปฏิคฺคณฺหาตุ โน ภวํ อิทมคฺฆนฺติ วุตฺตํ โหติ.

กึ ปเนส "อิโต เอกํปิ พฺรหฺมา น ภุญฺชตี"ติ อิทํ น ชานาตีติ. โน น ชานาติ, ชานนฺโตปิ อตฺตโน สนฺติเก อาคโต อติถิ ปุจฺฉิตพฺโพติ วตฺตสีเสน ปุจฺฉติ.

อถโข พฺรหฺมา "กึ นุโข ปณฺฑิโต มม ปริโภคกรณาภาวํ ญตฺวา ปุจฺฉติ, อุทาหุ โกหญฺเญ ฐตฺวา ปุจฺฉตี"ติ สมนฺนาหรนฺโต "วตฺตสีเส ฐิโต ปุจฺฉตี"ติ ญตฺวา ปฏิคฺคณฺหิตุํทานิ เม วฏฺฏตีติ ปฏิคฺคณฺหาม เต อคฺฆํ, ยํ ตฺวํ โควินฺท ภาสสีติ อาห. ยํ ตฺวํ โควินฺท ภาสสิ "อิทมาสนํ ปญฺญตฺตํ, เอตฺถ นิสีทถา"ติ อาทิ, ตตฺร เต มยํ อาสเน นิสินฺนา นาม โหม, ปานียํ ปีตา นาม โหม, ปาทาปิ เม โธตา นาม โหนฺตุ, เตเลนปิ มกฺขิตฺตา นาม โหนฺตุ, อุทกสากํปิ ปริภุตฺตํ นาม โหตุ, ตยา ทินฺนํ อธิวาสิตกาลโต ปฏฺฐาย ยํ ยํ ตฺวํ ภาสสิ, ตํ ตํ มยา ปฏิคฺคหิตเมว โหติ. เตน วุตฺตํ "ปฏิคฺคณฺหาม เต

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๔๔๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. มหาโควินทสูตร”