อยํ ตุเมฺห กิมตฺถํ ปิสุเณสีติ. อมฺหากํ ปมตฺตกาเล อิทญฺจิทญฺจ ลภติ อปฺปมตฺตกาเล ตํ นตฺถิ, เอเตน การเณนาติ. ตาต อยํ หตฺถี นาม ติรจฺฉาโน, โสปิ ตุมฺหากํ คุณํ ชานาติ. อหํ มนุสฺโส หุตฺวาปิ น ชานามิ, ตุมฺหากํ วสนคามํ ตุมฺหากํเยว ปุน อหรณียํ พฺรหฺมเทยฺยํ กตฺวา เทมิ, อยํปิ หตฺถี ตุมฺหากํเยว โหติ, เปสุญฺญการโกปิ ตุมฺหากํเยว ทาโส โหตุ, อิโต ปฏฺฐาย มยฺหํปิ ปุญฺญํ ๒- กโรถาติ ธนํ ทตฺวา วิสชฺเชสิ. เต ธนํ คเหตฺวา วาเรน วาเรน หตฺถึ อารุยฺห คจฺฉนฺตา มนฺตยนฺติ "โภ ปุญฺญกมฺมํ นาม อนาคตภวตฺถาย กรณียํ, ๓- ตํ อมฺหากํ ปน อนฺโตอุทเก ปุปฺผิตํ นีลุปฺปลํ วิย อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปากํ เทติ. อิทานิ อติเรกํ ปุญฺญํ กริสฺสามา"ติ. กึ กโรมาติ. จตุมหาปเถ ถาวรํ กตฺวา มหาชนสฺส วิสฺสมนสาลํ กโรมาติ. ๔- อิตฺถีหิ ปน สทฺธึ อปตฺติกํ กตฺวา กริสฺสาม, อเมฺหสุ หิ "โจรา"ติ คเหตฺวา นียมาเนสุ อิตฺถีสุ ๕- เอกาปิ จินฺตามตฺตกํปิ อกตฺวา "สุพนฺธา ๖- สุคหิตา"ติ อุฏฺฐหิ, ๗- ตสฺมา ตาสํ ปตฺตึ น ทสฺสามาติ. เต อตฺตโน เคหานิ คนฺตฺวา หตฺถิโน เตตฺตึสปิณฺฑภตฺตํ ๘- เทนฺติ, เตตฺตึสติณมุฏฺฐิโย อารหนฺติ, ตํ สพฺพํ หตฺถิสฺส กุจฺฉิปูรํ ชาตํ. เต อรญฺญํ ปวิสิตฺวา รุกฺเข ฉินฺทนฺติ, ฉินฺนํ ฉินฺนํ หตฺถี อากฑฺฒิตฺวา สกฏปเถ ฐเปสิ, ๙- เต รุกฺเข ตจฺเฉตฺวา สาลาย กมฺมํ อารภึสุ.

มฆสฺส เคเห สุชาตา สุธมฺมา สุจิตฺตา สุนนฺทาติ จตสฺโส ภริยาโย อเหสุํ. สุธมฺมา วฑฺฒกึ ปุจฺฉติ "ตาต อิเม สหายา กาลสฺเสว คนฺตฺวา สายํ เอนฺติ, กึ กมฺมํ กโรนฺตี"ติ. สาลํ กโรนฺติ อมฺมาติ. ตาต มยฺหํปิ สาลาย ปตฺตึ กตฺวา เทหีติ. "อิตฺถีหิ อปตฺตึ กโรมา"ติ เอเต วทนฺตีติ. สา วฑฺฒกิสฺส อฏฺฐ กหาปเณ อทาสิ "หนฺท ตาต เยน เกนจิ อุปาเยน

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๕๒๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สักกปัญหสูตร”