ติวิโธ หิ อรูปกมฺมฏฺฐาเน อภินิเวโส ผสฺสวเสน, เวทนาวเสน, จิตฺตวเสนาติ. กถํ? เอกจฺจสฺส หิ สงฺขิตฺเตน วา วิตฺถาเรน วา ปริคฺคหิเต รูปกมฺมฏฺฐาเน ตสฺมึ อารมฺมเณ จิตฺตเจตสิกานํ ปฐมาภินิปาโต ตํ อารมฺมณํ ผุสนฺโต อุปฺปชฺชมาโน ผสฺโส ปากโฏ โหติ, เอกจฺจสฺส ตํ อารมฺมณํ อนุภวนฺตี อุปฺปชฺชมานา เวทนา ปากฏา โหติ, เอกจฺจสฺส ตํ อารมฺมณํ ปริคฺคเหตฺวา ตํ วิชานนฺตํ อุปฺปชฺชมานํ วิญฺญาณํ ปากฏํ โหติ.
ตตฺถ ยสฺส ผสฺโส ปากโฏ โหติ, โสปิ น เกวลํ ผสฺโสว อุปฺปชฺชติ, เตน สทฺธึ ตเทวารมฺมณํ อนุภวมานา เวทนาปิ อุปฺปชฺชติ, สญฺชานมานา สญฺญาปิ, เจตยมานา เจตนาปิ, วิชานมานํ วิญฺญาณํปิ อุปฺปชฺชตีติ
โส "อิเม ผสฺสปญฺจมกา ธมฺมา กึนิสฺสิตา"ติ อุปธาเรนฺโต "วตฺถุนิสฺสิตา"ติ ปชานาติ. วตฺถุ นาม กรชกาโย, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ "อิทํ จ ปน เม วิญฺญาณํ เอตฺถ นิสฺสิตํ ๑- เอตฺถ ปฏิพทฺธนฺ"ติ. โส อตฺถโต ภูตานิ เจว อุปาทารูปานิ จ. เอวเมตฺถ วตฺถุ รูปํ, ผสฺสปญฺจมกา นามนฺติ นามรูปมตฺตเมว ปสฺสติ. รูปํ เจตฺถ รูปกฺขนฺโธ, นามํ จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธาติ ปญฺจกฺขนฺธมตฺตํ โหติ. นามรูปวินิมุตฺตา หิ ปญฺจกฺขนฺธา, ปญฺจกฺขนฺธวินิมุตฺตํ วา นามรูปํ นตฺถิ. โส "อิเม ปญฺจกฺขนฺธา กึ เหตุกา"ติ อุปปริกฺขนฺโต "อวิชฺชาทิเหตุกา"ติ ปสฺสติ. ตโต "ปจฺจเย ๒- เจว ปจฺจยุปฺปนฺนญฺจ ตโต ปรํ ๓- อญฺโญ สตฺโต วา ปุคฺคโล นตฺถิ, สุทฺธสงฺขารปุญฺชมตฺตเมวา"ติ สปจฺจยนามรูปวเสน ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา วิปสฺสนาปฏิปาฏิยา "อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา"ติ สมฺมสนฺโต วิจรติ, โส อชฺช อชฺชาติ ปฏิเวธํ อากงฺขมาโน ตถารูเป ทิวเส อุตุสปฺปายํ, ปุคฺคลสปฺปายํ, โภชนสปฺปายํ, ธมฺมสฺสวนสปฺปายํ วา ลภิตฺวา เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺโนว วิปสฺสนํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. เอวํ อิเมสํ ติณฺณํปิ ชนานํ ยาว อรหตฺตา กมฺมฏฺฐานํ กถิตํ โหติ.