ในกุศลสองอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจักแสดงวิบากของวิวัฏฏคามีกุศลไว้ในตอนท้ายของสูตร. แต่ในที่นี้ เพื่อแสดงวิบากแห่งวัฏฏคามีกุศล พระองค์จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดบุตรธิดาไม่ตั้งอยู่ในโอวาทของมารดาบิดา เมื่อนั้นพวกเขาเสื่อมอายุบ้าง ผิวพรรณบ้าง ความเป็นใหญ่บ้าง แต่ว่า เมื่อใดเขาตั้งอยู่ในโอวาท เมื่อนั้นจึงเจริญ ดังนี้แล้ว จึงเริ่มพระธรรมเทศนาด้วยอำนาจความสืบต่อวัฏฏคามีกุศลว่า ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว เป็นต้นไป.

ในคำเหล่านั้น คำเป็นต้นว่า จกฺกวตฺติ ได้กล่าวพิสดารแล้วในมหาปทานสูตรนั้นแล.

บทว่า โอสกฺกิตํ แปลว่า ย่อหย่อนไปนิดหน่อย.

บทว่า ฐานา จุตํ แปลว่า เคลื่อนไปจากฐานะโดยประการทั้งปวง.

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๑๒๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. จักกวัตติสูตร”