บทว่า สมเตน คือตามมติของตน. คำว่า สุทํ เป็นเพียงนิบาต.

บทว่า ปสาสติ คือ ปกครอง.

มีคำกล่าวอธิบายไว้ว่า พระราชาทรงสละราชวงศ์ดั้งเดิม ได้แก่ราชธรรมอันเป็นราชประเพณีเสียแล้ว ดำรงอยู่ในธรรมเพียงเป็นมติของตนปกครองประเทศ. เมื่อเป็นเช่นนั้น พระราชาพระองค์นี้จึงเป็นพระราชาองค์สุดท้าย ซึ่งเป็นผู้ตัดวงศ์ของพระเจ้าทัฬหเนมิ ประดุจผู้ให้เกิดความด่างพร้อยแก่วงศ์มฆเทพฉะนั้น.

บทว่า ปุพฺเพนาปรํ คือ ในกาลต่อมา ชาวประชาราษฎร์ไม่รุ่งเรือง คือไม่เจริญเหมือนกับกาลก่อน. ข้อว่า ยถา ตํ ปุพฺพกานํ ความว่า ประชาราษฎร์เจริญแล้วเป็นดุจเดียวกันทั้งในรัชกาลต้นและรัชกาลหลังของพระราชาองค์ก่อนๆ ฉันใด จะเจริญรุ่งเรืองฉันนั้นหามิได้ คือในที่ไหน ก็ว่างเปล่า ถูกโจรปล้นสดมภ์. อธิบายว่า แม้โอชาในน้ำมันน้ำผึ้งน้ำอ้อยเป็นต้น และในยาคูภัตรเป็นต้น ก็เสื่อมไป.

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๑๓๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. จักกวัตติสูตร”