มีนิคมชนบทของชาวมัลละแห่งหนึ่งชื่อว่าอนุปิยะ พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในราวป่าแห่งหนึ่งถึงพร้อมด้วยร่มเงาและน้ำ อาศัยอนุปิยนิคมชนบทนั้นเป็นโคจรคาม. บาลีบางแห่งเป็น “อโนปิยะ” ก็มี.

บทว่า ปาวิสิ แปลว่า ได้เสด็จเข้าไปแล้ว.

อนึ่ง จะกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปเสร็จสิ้นแล้วไม่ได้ ต้องกล่าวว่ายังต้องเสด็จเข้าไปอีก เพราะเหตุว่าแม้เสด็จออกมาแล้ว ก็ยังทรงมีพระประสงค์จะเสด็จเข้าไปอีก. มีอุปมาดังนี้ เช่นชายคนหนึ่งออกจากบ้านประสงค์จะไปยังบ้านอีกแห่งหนึ่ง แม้จะเดินทางยังไม่ถึงบ้านแห่งนั้น เมื่อมีคำถามว่า ชายคนนี้อยู่ที่ไหน ก็ต้องตอบว่าเขาไปบ้านนั้นแล้ว ข้อนี้มีอุปมาฉันใด อุปไมยก็มีฉันนั้น.

คำว่า เอตทโหสิ พระดำรินี้ได้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อพระผู้มีพระภาคประทับยืนอยู่ใกล้บ้านและทอดพระเนตรดวงอาทิตย์.

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. ปาฏิกสูตร”