พระเถระอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า เธอคิดอย่างไร สารีบุตร เมื่อภิกษุสงฆ์ถูกเราประณามแล้ว ดังนี้ ก็ให้เกิดความคิดขึ้นว่า เราถูกพระศาสดาประณาม เพราะไม่ฉลาดเรื่องบริษัท, ตั้งแต่บัดนี้ไป เราจะไม่สอนคนอื่นละ. จึงได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้ามีความคิดอย่างนี้ว่า ภิกษุสงฆ์อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประณามแล้ว บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าจักทรงขวนขวายน้อย ประกอบทิฐธรรมสุขวิหารธรรมอยู่. แม้เราทั้งสองก็จักขวนขวายน้อย ประกอบทิฐธรรมสุขวิหารธรรมอยู่.
ลำดับนั้น พระศาสดา เมื่อจะทรงยกข้อตำหนิเพราะมโนทุจริตนั้นของพระเถระ จึงตรัสว่า เธอจงรอก่อนสารีบุตร. ความคิดอย่างนี้ไม่ควรที่เธอจะให้เกิดขึ้นอีกเลย สารีบุตร. แม้เพียงความคิดว่า เราจะไม่ว่ากล่าวสั่งสอนคนอื่น อย่างนี้ก็ชื่อว่าเป็นมโนทุจริตของพระเถระ แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมไม่มีพระดำริเช่นนั้น และการที่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณแล้ว จะไม่พึงมีทุจริตนั้น ไม่ใช่ของน่าอัศจรรย์. แม้แต่ดำรงอยู่ในภูมิแห่งพระโพธิสัตว์ ทรงประกอบความเพียรอยู่ ๖ ปี พระองค์ก็มิได้มีทุจริต. แม้เมื่อเหล่าเทวดาเกิดความสงสัยขึ้นอย่างนี้ว่า หนังท้องติดกระดูกสันหลัง (อย่างนี้) พระสมณโคดมถึงแก่การดับสูญ (เสียละกระมัง).
เมื่อถูกมารใจบาปกล่าวอยู่ว่า สิทธัตถะ ท่านจะต้องมาลำบากลำบนทำไม ท่านสามารถที่จะเสวยโภคสมบัติไปด้วย สร้างบุญกุศลไปด้วยได้ ดังนี้. แม้เพียงความคิดว่า "เราจัก (กลับไป) เสวยโภคสมบัติ" ก็ไม่เกิด.
ครั้นแล้ว มารก็ติดตามพระผู้มีพระภาคเจ้าในเวลาที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ถึง ๖ ปีในเวลาที่ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว อีก ๑ ปี ก็มิได้เห็นโทษผิดอันหนึ่งอันใด จึงกล่าวความข้อนี้ไว้ แล้วหลบไปว่า :-
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที