บรรดาสังคหะ ๔ อย่างนั้น การรวบรวมเป็นต้นว่า กษัตริย์ทั้งปวงจงมา ดังนี้ ชื่อว่า ชาติสังคหะ (รวบรวมตามชาติกำเนิด). การรวบรวมเป็นต้นว่า ชาวโกศลทั้งหมดจงมา ดังนี้ ชื่อว่า สัญชาติสังคหะ (รวบรวมตามสัญชาติ). การรวบรวมเป็นต้นว่า ควาญช้างทั้งหมดจงมา ดังนี้ ชื่อว่า กิริยสังคหะ (รวบรวมตามอาการที่ทำ). การรวบรวมนี้ว่า ถามว่า อายตนะคือจักษุนับเข้าในขันธ์ไหน. ตอบว่า อายตนะคือจักษุนับเข้าในรูปขันธ์. พระสกวาทีกล่าวว่า ๑๓- ถ้าอายตนะคือจักษุนับเข้าในรูปขันธ์ ด้วยเหตุนั้น ก็ควรจะกล่าวว่า อายตนะคือจักษุ สงเคราะห์เข้าด้วยรูปขันธ์ ดังนี้ ชื่อว่า คณนสังคหะ (รวบรวมตามการนับเข้าได้). ____________________________ ๑๓- อภิ. ก. เล่ม ๓๗/ข้อ ๑๑๒๘
คณนสังคหะนั้นมุ่งหมายเอาในที่นี้. เพราะฉะนั้น คำว่า ติวิเธน รูปสงฺคโห จึงมีความหมายว่า การนับรูปเป็น ๓ ส่วน.
พึงทราบวินิจฉัยในสนิทัสสนะเป็นต้น.
รูปพร้อมทั้งนิทัสสนะ กล่าวคือจักษุวิญญาณที่เป็นไปปรารภตน ชื่อว่าสนิทัสสนะ. รูปพร้อมทั้งปฏิฆะ เพราะสามารถที่จะกระทบจักษุ ชื่อว่าสัปปฏิฆะ. สัปปฏิฆะนั้นโดยความหมาย ก็คือรูปายตนะนั่นเอง. นิทัสสนะกล่าวคือจักษุวิญญาณของรูปนั้นไม่มี ดังนั้น จึงชื่อว่าอนิทัสสนะ. รูปพร้อมทั้งปฏิฆะ เพราะสามารถที่จะกระทบโสต ชื่อว่าสัปปฏิฆะ. สัปปฏิฆะนั้นโดยความหมาย ก็คืออายตนะ ๙ มีอายตนะคือจักษุเป็นต้น. นิทัสสนะมีประการดังกล่าวมาแล้วของรูปนั้นไม่มี ดังนั้น จึงชื่อว่าอนิทัสสนะ. ปฏิฆะของรูปนั้นไม่มี ดังนั้น จึงชื่อว่าอัปปฏิฆะ. อัปปฏิฆะนั้นโดยความหมาย ก็คือสุขุมรูปที่เหลือ ยกเว้นอายตนะ ๑๐.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที