ก็ภิกษุเมื่อกล่าวอริยวงศ์ ข้อว่าความยินดีในภาวนานี้ พึงกล่าวตามบาลีแห่งเนกขัมมะ ในปฏิสัมภิทามรรค พึงกล่าวโดยบรรยายแห่งทสุตตรสูตรในทีฆนิกาย พึงกล่าวโดยบรรยายแห่งสติปัฏฐานสูตร ในมัชฌิมนิกาย (และ) พึงกล่าวโดยบรรยายแห่งนิเทสในอภิธรรมเถิด.
ใน ๔ ข้อนั้น ข้อว่า ปฏิสมฺภิทามคฺเค เนกฺขมฺมปาลิยา ความว่า ภิกษุพึงกล่าวตามบาลีแห่งเนกขัมมะ ในปฏิสัมภิทามรรคอย่างนี้ว่า
ภิกษุนั้น เมื่อเจริญเนกขัมมะย่อมยินดี เมื่อละกามฉันทะได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญความไม่พยาบาทย่อมยินดี เมื่อละความพยาบาทได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญอาโลกสัญญาย่อมยินดี เมื่อละถีนมิทธะได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญความสงบย่อมยินดี เมื่อละอุทธัจจะได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญการกำหนดธรรมย่อมยินดี เมื่อละวิจิกิจฉาได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญญาณ (ปัญญา) ย่อมยินดี เมื่อละอวิชชาได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญปราโมชย่อมยินดี เมื่อละความไม่ยินดีได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญปฐมฌานย่อมยินดี เมื่อละนิวรณ์ ๕ ได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญทุติยฌานย่อมยินดี เมื่อละวิตกวิจารได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญตติยฌานย่อมยินดี เมื่อละปีติได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญจตุตถฌานย่อมยินดี เมื่อละสุขและทุกข์ได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญอากาสานัญจายตนสมาบัติย่อมยินดี เมื่อละรูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญา ย่อมยินดี เมื่อเจริญวิญญาณัญจายตนสมาบัติ ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ย่อมยินดี เมื่อละอากิญจัญญายตนสมาบัติได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญอนิจจานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละนิจจสัญญาได้ ย่อมยินดี เมื่อเจริญทุกขานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละสุขสัญญาได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญอนัตตานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละอัตตสัญญาได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญนิพพิทานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละความพอใจได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญวิราคานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละราคะได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญนิโรธานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละสมุทัยได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญปฏินิสสัคคานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละความยึดถือได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญขยานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละฆนสัญญาได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญวยานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละอายูหนะ (การประมวลไว้) ได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญวิปริณามานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละธุวสัญญา (ความสำคัญว่ายั่งยืน) ได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญอนิมิตตานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละนิมิตได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญอัปปณิหิตานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละปณิธิ ย่อมยินดี เมื่อเจริญสุญญตานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละอภินิเวสได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญอธิปัญญาธัมมวิปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละสาราทานาภินิเวสได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญยถาภูตญาณทัสสนะ ย่อมยินดี เมื่อละสัมโมหาภินิเวสได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญอาทีนวานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละอาลยาภินิเวส ย่อมยินดี เมื่อเจริญปฏิสังขาภินิเวส ย่อมยินดี เมื่อละอัปปฎิสังขะได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญวิวัฏฏานุปัสสนา ย่อมยินดี เมื่อละสังโยคาภินิเวสได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญโสดาปัตติมรรค ย่อมยินดี เมื่อละกิเลสที่ตั้งอยู่ที่เดียวกับทิฏฐิได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญสกทาคามิมรรค ย่อมยินดี เมื่อละกิเลสอย่างหยาบเสียได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญอนาคามิมรรค ย่อมยินดี เมื่อละกิเลสอย่างละเอียดได้ย่อมยินดี เมื่อเจริญอรหัตตมรรค ย่อมยินดี เมื่อละกิเลสทั้งหมดได้ย่อมยินดี ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที