บทว่า อุทฺธํ ความว่า ผู้มีหน้าเฉพาะต่อพื้นท้องฟ้าในเบื้องบน. บทว่า อโธ ความว่า ผู้มีหน้าเฉพาะต่อพื้นแผ่นดินเบื้องต่ำ. บทว่า ติริยํ ความว่า กำหนดตัดโดยรอบเหมือนมณฑลแห่งนา.

จริงอยู่ บุคคลบางคนย่อมขยายกสิณไปเบื้องบนอย่างเดียว บางคนขยายไปเบื้องล่าง บางคนขยายไปโดยรอบ. บุคคลผู้ใคร่ในการเห็นรูป ประดุจเหมือนแสงสว่าง ย่อมแผ่ออกไปอย่างนั้นหรือโดยเหตุนั้นนั้น. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ว่า ผู้หนึ่งย่อมจำปฐวีกสิณได้ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง.

ส่วนคำว่า อนฺวยํ นี้ ท่านกล่าวไว้เพื่อการเข้าถึงความเป็นอย่างอื่นแห่งบุคคลผู้หนึ่ง. เหมือนอย่างว่า เมื่อบุคคลดำลงน้ำ น้ำเท่านั้นย่อมปรากฏมีในทิศทั้งปวง สิ่งอื่นหามีไม่ฉันใด ปฐวีกสิณก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมเป็นปฐวิกสิณอยู่นั่นเอง ความเจือด้วยกสิณอย่างอื่นของผู้นั้นย่อมไม่มี. ในกสิณทั้งปวงก็นัยนี้.

คำว่า อปฺปมาณํ นี้ ท่านกล่าวไว้ด้วยสามารถแห่งการแผ่ไปไม่มีประมาณแห่งบุคคลนั้นๆ.

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๗๙๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. สังคีติสูตร”