พระเถระเมื่อจะกระทำพระเทศนาให้สูง ยังความรักในพระเทศนานั้นให้เกิดแก่เหล่าภิกษุ จึงกล่าวพรรณนาด้วย ๔ บทว่า เหล่าภิกษุจักสำคัญทสุตตรสูตรนั้นอันตนพึงเรียนพึงศึกษา พึงทรงจำ พึงบอกด้วยประการฉะนี้ เหมือนพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพรรณนาพระสูตรนั้นๆ โดยนัยเป็นต้นว่า เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค. เอกธมฺมวณฺณนา

บรรดาบทเหล่านั้นบทว่า พหูกาโร ความว่า มีอุปการะมาก. บทว่า ภาเวตพฺโพ ความว่า ควรให้เจริญ. บทว่า ปริญเญยฺโย ความว่า ควรกำหนดรู้ด้วยปริญญา ๓. บทว่า ปหาตพฺโพ ความว่า ควรละด้วยปหานานุปัสสนา. บทว่า หานภาคิโย ความว่า มีปกติให้ไปสู่อบาย เป็นไปพร้อมเพื่อความเสื่อมรอบ. บทว่า วิเสสภาคิโย ความว่า มีปกติให้ถึงซึ่งคุณวิเศษ เป็นไปพร้อมเพื่อความวิเศษ. บทว่า ทุปฺปฏิวิชฺโฌ ความว่า กระทำให้ประจักษ์ได้ยาก. บทว่า อุปฺปาเทตพฺโพ ความว่า ควรให้สำเร็จ. บทว่า อภิญฺเญยฺโย ความว่า ควรรู้ยิ่งด้วยญาตปริญญา. บทว่า สจฺฉิกาตพฺโพ ความว่า ควรกระทำให้ประจักษ์.

ในมาติกาทั้งปวง บัณฑิตพึงทราบเนื้อความด้วยประการฉะนี้.

ท่านพระสารีบุตรใคร่ครวญถึงพระเทศนาอันเป็นที่สบายของภิกษุเหล่านั้นแล้ว จึงตั้งมาติกาโดยส่วน ๑๐ โดยส่วน ๑๐ จำแนกบทหนึ่งๆ ในส่วนหนึ่งๆ ปรารภเพื่อจะยังพระเทศนาให้พิสดาร โดยนัยเป็นต้นว่า ธรรมอย่างหนึ่งมีอุปการะมากเป็นไฉน คือความไม่ประมาทในกุศลธรรมทั้งหลาย

เล่มที่ ๑๑ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค๘๑๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๑. ทสุตตรสูตร”